ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไอร่า จำกัด (มหาชน) หรือ AIRA เปิดเผยว่า ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ดัชนีมีโอกาสฟื้นตัว หลังจากที่เคลื่อนไหวปรับตัวหลุดระดับ 1,500 จุด จากปัจจัยบวกกระแสเงินทุนส่วนเกิน ทั้งจากระบบธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ยังคงส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายทางการเงินต่อเนื่อง รวมทั้งการประกาศผลประกอบการในไตรมาส 4/2562 ของหุ้นในกลุ่มภาคเศรษฐกิจจริงที่ทยอยออกมาจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ และเป็นเข้าสู่ฤดูกาลการจ่ายเงินปันผล ซึ่งคาดว่ามีโอกาสเห็นแรงเก็งกำไรและซื้อคืนหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมาแรงก่อนหน้า จนทำให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับที่น่าสนใจ จึงประเมินการเคลื่อนไหวของดัชนีโดยให้แนวรับแรก 1,500 จุด และแนวรับถัดไป 1,485 จุด ส่วนแนวต้านแรกที่ 1,543 และ แนวต้านถัดไป 1,566 จุด
“ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยตื่นตระหนกกับปัจจัยลบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา และประเด็นในประเทศจากการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2563 ที่ต้องล่าช้าออกไป ซึ่งกดดันตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่ำกว่า 1,500 จุด ซึ่งถือเป็นระดับใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของอัตราส่วนราคาต่อกำไร ย้อนหลัง 5 ปี ที่ 18 เท่า”
ส่วนประเด็นที่ยังคงต้องจับตาในเดือนนี้ อาทิ การประมูลคลื่น 5จี สถานการณ์การเมืองในประเทศ อาจส่งผลต่อการลงทุนและสร้างความผันผวนให้กับภาพรวมตลาดหุ้นไทย และแนวโน้มราคาน้ำมัน มีโอกาสปรับขึ้น หากกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันขยายระยะเวลาการลดกำลังการผลิตออกไปอีก จากเดิมที่จะครบกำหนดการผลิตในช่วงเดือนมีนาคม 2563 สำหรับกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ ให้เน้นหุ้นกลุ่มที่มีปันผลสูง อาทิ JASIF, TOP, ORI, SPALI, SCB, AP และBTS ที่ราคาปรับตัวลงมาแรงแล้ว ซึ่งมีอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ในระดับสูงกว่า 5% และคาดว่าจะมีแรงเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มดังกล่าวออกมาก่อนการประกาศจ่ายเงินปันผลในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน 2563 รองลงมาหุ้นรับเหมาก่อสร้าง อาทิ CK, STEC, UNIQ และ SEAFCO เพราะมองราคาหุ้นปรับตัวลงรับรู้ข่าวร้ายไปค่อนข้างมากแล้ว ขณะที่คาดการณ์งานโครงการใหม่ๆ จากภาครัฐที่จะเริ่มเข้าในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 จะหนุนราคาหุ้นรับเหมาก่อสร้างฟื้นตัวขึ้นได้ และสุดท้ายกลุ่มบริการสุขภาพ อาทิ BCH, CHG และ RJH ในฐานะหุ้นปลอดภัย จากรายได้ที่สม่ำเสมอพร้อมประเด็นบวกจากการปรับขึ้นค่าเหมาจ่ายรายหัวประกันสังคม สนับสนุนให้ผลประกอบการปี 2563 เติบโตโดนเด่น และทยอยสะสมหุ้นที่มีความน่าสนใจเฉพาะตัว ได้แก่ AOT, CBG, GPSC, SINGER, THG และ UNIQ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่


