หน้าแรก เศรษฐกิจ บอร์ดบีโอไออน...

บอร์ดบีโอไออนุมัติแพคเกจกระตุ้นล็อตใหญ่

7.02.20 | 06:10 น.

บอร์ดบีโอไออนุมัติแพคเกจกระตุ้นล็อตใหญ่ หนุนบิ๊กธุรกิจ-เอสเอ็มอีควักเงินลงทุน หนุนศก.ฐานราก ท่องเที่ยว บ้านคนจน

น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บอร์ดบีโอไอ) มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศโดยเร็ว คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้เห็นชอบมาตรการพิเศษ 3 มาตรการ เพื่อเร่งรัดการลงทุนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ส่งเสริมการลงทุนของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก(เอสเอ็มอี)ให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ของบีโอไอได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันได้ปรับปรุงมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากเพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสูงกว่าเข้าไปสนับสนุนกิจการขององค์กรในท้องถิ่นให้มากขึ้น

น.ส.ดวงใจ กล่าวว่า มาตรการแรกกระตุ้นการลงทุนสำหรับโครงการขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมและบริการเป้าหมายที่มีผลกระทบสูงต่อเศรษฐกิจของประเทศ(กิจการกลุ่ม A1 A2 และ A3 เป็นกลุ่มที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 – 8 ปี แต่ไม่รวมกิจการที่ไม่มีที่ตั้งสถานประกอบการ อาทิ กิจการขนส่งทางอากาศ กิจการขนส่งทางเรือ ลงทุนได้ทุกพื้นที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเงินได้ นิติบุคคล 50% เพิ่มเติม 5 ปี หากลงทุนจริง(ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ภายในปี 2563 หรือไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2564 มาตรการนี้มีผลบังคับใช้สำหรับคำขอรับการส่งเสริมที่ยื่นตั้งแต่ 2 มกราคม 2562 ถึง 30 ธันวาคม 2563 คาดว่าจะสามารถช่วยกระตุ้นการลงทุนได้มากกว่า 200,000 ล้านบาท ในระยะปี 2563 – 2564

น.ส.ดวงใจ กล่าวว่า มาตรการเอสเอ็มอี บอร์ดบีโอไอเห็นชอบให้ปรับปรุงมาตรการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของบีโอไอง่ายขึ้น กรณีตั้งกิจการในนิคมหรือเขตอุตสาหกรรมจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคลเพิ่มเติม 1 ปี หากตั้งในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน จะได้รับสิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ คือ ได้รับวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในสัดส่วน 200% ของเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) ต้องยื่นคำขอรับส่งเสริมตั้งแต่ 2 มีนาคม 2563 ถึงวันทำการสุดท้ายของปี 2564

น.ส.ดวงใจ กล่าวว่า บอร์ดบีโอไอยังเห็นชอบให้ปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากที่เปิดส่งเสริมตั้งแต่ปี 2559 ขยายระยะเวลายื่นขอรับการส่งเสริมออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2564 และขยายขอบข่ายคุณสมบัติผู้ขอรับการส่งเสริมให้ครอบคลุม ให้รวมผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการอยู่เดิมแต่ยังไม่เคยได้รับการส่งเสริมมาก่อน แต่กิจการนั้นต้องเป็นประเภทกิจการที่บีโอไอส่งเสริม เปิดให้โครงการที่มีสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลืออยู่หรือโครงการลงทุนใหม่ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ขอรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามมาตรการนี้ได้ หากลงทุนหรือมีค่าใช้จ่ายสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก จะได้รับวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 120% ของเงินสนับสนุน และเพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการมีแรงจูงใจเพิ่มมากขึ้น บอร์ดบีโอไอยังเปิดโอกาสให้โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการเศรษฐกิจฐานราก สามารถขอรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการอื่นได้ด้วย

Advertisement

น.ส.ดวงใจ กล่าวว่า บอร์ดบีโอไอยังปรับปรุงประเภทกิจการด้านท่องเที่ยว เห็นชอบให้ปรับปรุงประเภทกิจการกระเช้าไฟฟ้า ขยายขอบข่ายครอบคลุมรถรางไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยวและกำหนดเงื่อนไขลงทุนไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน) เพื่อส่งเสริมการลงทุนโครงการที่มีคุณภาพ และปรับปรุงกิจการโรงแรม ปรับเงื่อนไขให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวที่กระตุ้นกระจายรายได้และท่องเที่ยวไปสู่เมืองรอง เน้นสร้างคุณภาพและมาตรฐานโรงแรมให้นักท่องเที่ยวมีเวลาพักนานและใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น ปรับขอบข่ายพื้นที่ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นเวลา 3 ปี จากเดิมให้เฉพาะกรณีลงทุนในพื้นที่ 20 จังหวัดรายได้ต่อหัวต่ำ ขยายเป็นลงทุนในพื้นที่เมืองรอง 55 จังหวัดตามยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว ส่วนโครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ 22 จังหวัดที่ไม่ได้ประกาศเป็นเมืองรอง จะได้รับสิทธิประโยชน์ไม่เกี่ยวกับภาษีอากรเท่านั้น

น.ส.ดวงใจ กล่าวว่า นอกจากนี้ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ส่งเสริมกิจการโรงแรมทุกจังหวัด ต้องมี 100 ห้องขึ้นไป มีเงินลงทุนต่อห้องไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) แต่หากเป็นโรงแรมไม่ถึง 100 ห้อง ต้องมีเงินลงทุนรวมไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท(ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) เพื่อส่งเสริมให้พัฒนาห้องพักที่มีคุณภาพและมาตรฐานที่ดี ส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ผ่อนปรนเงื่อนไข กำหนดจำนวนห้องพักและเงินลงทุนต่อห้องน้อยกว่าเดิม คือ ต้องมีจำนวนห้องพัก 50 – 99 ห้อง และมีเงินลงทุนต่อห้องไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท

น.ส.ดวงใจ กล่าวว่า ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนโครงการบ้านล้านหลังของธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) บอร์ดบีโอไอมีมติเปิดส่งเสริมกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ได้รับสิทธิประโยชน์เฉพาะการยกเว้นภาษี เงินได้นิติบุคคล ระยะเวลา 3 ปี เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการสร้างที่อยู่อาศัยคุณภาพดี กำหนดหลักเกณฑ์ อาทิ กรณีอาคารชุดต้องมีพื้นที่ใช้สอยต่อหน่วยไม่น้อยกว่า 24 ตารางเมตร กรณีบ้านแถวหรือบ้านเดี่ยว ต้องมีพื้นที่ใช้สอยต่อหน่วยไม่น้อยกว่า 70 ตารางเมตร ราคาขายต่อหน่วย ไม่เกิน 1.2 ล้านบาท (รวมค่าที่ดิน) กรณีตั้งอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร และไม่เกิน 1 ล้านบาท (รวมค่าที่ดิน) ในกรณีตั้งในจังหวัดอื่น นอกจากนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากธอส.ก่อนยื่นขอรับการส่งเสริม กำหนดยื่นคำขอภายในวันที่ 30 ธันวาคมนี้

น.ส.ดวงใจ กล่าวว่า บอร์ดบีโอไอยังเห็นชอบอนุมัติส่งเสริมกิจการผลิตยางล้อสำหรับยานพาหนะ 1 โครงการ มูลค่าลงทุน 7,915 ล้านบาท ตั้งโครงการในนิคมอุตสาหกรรมหลักชัยเมืองยาง จ.ระยอง วัตถุดิบหลักในการผลิต ได้แก่ ยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ จะใช้ยางธรรมชาติในประเทศ ประมาณ 40,200 ตันต่อปี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน