เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และคณะ เดินทางเพื่อสานสัมพันธ์ทางการค้า รับทราบปัญหาอุปสรรคการดำเนินธุรกิจของไทยในกัมพูชา และเปิดงาน TOP Thai Brands ซึ่งจัดต่อเนื่องมาแล้วกว่า 10 ปี โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-9 ก.พ. 2563 ณ ศูนย์แสดงสินค้าเกาะเพชร ประเทศกัมพูชา คาดว่าจะมีผู้เข้าเยี่ยมชมงานกว่า 100,000 คน สร้างรายได้กว่า 350 ล้านบาท ไม่ต่ำกว่าปีก่อนหน้านี้
รายงานกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แจ้งว่า วัตถุประสงค์หลักของงาน คือ การส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ผู้ประกอบการในภูมิภาคต่างๆของประเทศ ให้มีช่องทางในการขยายการส่งออกและการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ เสริมสร้างภาพลักษณ์ และสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าด้วยแบรนด์ ภายในงานประกอบด้วยการเจรจาธุรกิจเพื่อหาตัวแทนจำหน่าย และการขายปลีกเพื่อให้ได้รับทราบถึงแนวโน้มความต้องการของตลาด และตามนโยบายขยายตลาดของนายจุรินทร์ ครั้งนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วม 185 บริษัท 290 คูหา โดยแบ่งเป็นผู้ประกอบการจากประเทศไทย 112 บริษัท 122 คูหา และมีผู้ประกอบการจากต่างจังหวัดเข้าร่วม 50 ราย และกระทรวงพาณิชย์ ได้จัดสรรพื้นที่เป็นกรณีพิเศษให้แก่ผู้ประกอบการจากชายแดนไทย-กัมพูชาจำนวน 6 คูหา ได้แก่ อุบลราชธานี(เครื่องสำอาง) ศรีสะเกษ(ผลิตภัณฑ์เห็ดแปรรูป) สุรินทร์(ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร) สระแก้ว(เครื่องสำอาง) จันทบุรี(ผลไม้แปรรูป) และตราด(น้ำมันเหลือง) เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการตามภูมิภาคให้เติบโต
สำหรับปี 2562 ที่ผ่านมานั้นมีมูลค่าการค้าระหว่างไทย-กัมพูชา สูงถึง 282,480 ล้านบาท โดยในนั้นประเทศไทยส่งออกมูลค่า 214,320 ล้านบาท และหวังว่ามูลค่าการค้าระหว่างทั้งสองประเทศจะขยายตัวเพิ่มขึ้นในปี 2563 อีก ทั้งนายจุรินทร์ ยังมีความประสงค์จะขอบคุณฝ่ายกัมพูชาที่ให้ความร่วมมือกับไทยเป็นอย่างดีมาโดยตลอดในทุกมิติ นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังจะร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม MOU หรือข้อตกลงระหว่าง ผู้ประกอบการไทยและกัมพูชา จำนวน 3 ฉบับ มูลค่า 7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (210 ล้านบาท) หากรวมกับยอดของงาน Top Thai Brand คาดว่ามูลค่ารายได้เข้าประเทศ อยู่ที่ประมาณ 570 ล้านบาทในทริปนี้


เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่


