เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมธนาคารออมสินโลก โดยมีสมาชิกธนาคารออมสินจาก 80 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมประชุมระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน-1 กรกฎาคม ที่โรงแรมอวานี ริเวอร์ไซค์ กรุงเทพ ว่า ปัจจุบันสัดส่วนการออมของไทยอยู่ในระดับที่สูง เมื่อเทียบกับการลงทุน เห็นจากเงินทุนสำรองของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพิ่มสูงขึ้น แม้จะมีการโยกเงินไปหาผลตอบแทนที่ดีกว่า อาทิ ไปตลาดหุ้น ทองคำ หรืออสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่ใช่ประเด็นที่น่ากังวล ตรงนั้นถือเป็นการออมประเภทหนึ่งเหมือนกัน
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า การออมส่งผลดีต่อไทย เพราะไทยมีแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่หลายโครงการ ทำให้สามารถใช้แหล่งเงินทุนในประเทศ เพื่อลงทุนในโครงการดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตามในการลงทุนนั้น ขณะนี้ภาครัฐถือว่าเดินหน้าเต็มที่แล้ว ถ้าภาคเอกชนมาช่วยลงทุนภาคเอกชนอีกแรงหนึ่ง จะยิ่งช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้เร็วขึ้น
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และการช่วยเหลือภาคที่กำลังอ่อนแอทั้งในเรื่องเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย เอสเอ็มอี และล่าสุดมีนโยบายดูแลเอสเอ็มอี เพิ่มเติมด้วยการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ให้เอสเอ็มอีอีก 3 หมื่นล้านบาท ส่วนในอนาคตจะมีนโยบายอะไรเพิ่มเติมหรือไม่คงต้องรอดูสถานการณ์ เพราะขณะนี้นโยบายที่ออกมาถือว่ามากเพียงพอที่จะดูแลเศรษฐกิจในปีนี้ให้เติบโตได้
นายอิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ในหลายๆ ประเทศเริ่มมีการลดดอกเบี้ย 0% หรือทำให้ดอกเบี้ยติดลบ อาทิ ในญี่ปุ่น ประเทศในยุโรป เพื่อที่จะผลักดันเงินออมไปลงทุน อย่างไรก็ตาม ธนาคารออมสินถือเป็นธนาคารแห่งการออม ดังนั้นจะไม่มีวันที่จะลดดอกเบี้ยเป็น 0% หรือติดลบ เพราะต้องการสนับสนุนให้ประชาชนรายย่อยออมเงิน

