หน้าแรก เศรษฐกิจ บสย.ตั้งเป้าค...

บสย.ตั้งเป้าค้ำประกันสินเชื่อปีนี้ 1 แสนล. ช่วยเสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอี

7.02.20 | 14:26 น.

นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผย ในปี 2563 บสย.มีแผนงานและเป้าหมายการดำเนินงานภายใต้แนวคิด ตัวเบา ไร้แผล มีอนาคต   ตั้งเป้าค้ำประกันสินเชื่อกว่า 1 แสนล้านบาท อนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ (LG) จำนวน 1.12 แสนฉบับ และช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รายใหม่ 8.35 หมื่นราย  ผ่านมาตรการรัฐ  ต่อเติม เสริมทุน เอสเอ็มอี สร้างไทย ซึ่งมีทั้งการช่วยเอสเอ็มอีกำลังแย่ปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งยืดหนี้ และพักชำระหนี้ รวมถึงค้ำประกันวงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท

นายรักษ์ กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวมาตรการต่อเติม เสริมทุน เอสเอ็มอี สร้างไทย ไปเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ล่าสุดมียอดในการยืดหนี้และแก้หนี้รวมกันแล้วกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท จำนวน 1.14 หมื่นราย  โดยการยืดหนี้และแก้หนี้ตามแนวทางดังกล่าวทำให้เอสเอ็มอีมีสภาคล่องมากขึ้น เช่น บางรายเคยจ่ายหนี้ 5 แสนบาทต่อเดือน จะเหลือ 1.5 แสนบาทต่อเดือน  นอกจากนี้ บสย. ยังขยายระยะเวลาการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีที่อยู่ในโครงการ PGS5-7 ออกไปอีก 5 ปี ภายในกรอบวงเงิน 7 หมื่นล้านบาท โดยปัจจุบัน บสย. ให้การค้ำประกันสินเชื่อไปแล้วกว่า 8.56 แสนล้านบาท คิดเป็นจำนวน 4.26 แสนราย และก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบ 1.26 ล้านล้านบาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน
นายรักษ์กล่าวต่อว่า สำหรับผลดำเนินงาน บสย. ในปี 2562 เติบโตทุกมิติ ทั้งด้านยอดค้ำประกันสินเชื่อ รายได้ และผลกำไร สะท้อนความแข็งแกร่งภายในขององค์กร และการทำงานเชิงรุกมุ่งประสิทธิภาพและประสิทธิผล ช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น  โดยพบว่า บสย.สามารถ ปิดยอดค้ำประกันสินเชื่อกว่า 9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เทียบกับปี 2561 จำนวน 8.88 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการเติบโตท่ามกลางสภาวะสินเชื่อเอสเอ็มอีที่หดตัว 2%  โดยยอดค้ำประกันสินเชื่อ ปี 2562 มาจากการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS8 จำนวน 3.8 หมื่นล้านบาท โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS7 จำนวน 3.66 หมื่นล้านบาท  โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS Renew จำนวน 7.2 พันล้านบาท  และ โครงการ Micro3 จำนวน 5.6 พันล้านบาท

นายรักษ์กล่าวว่า ยอดค้ำประกันสินเชื่อมากหลังจากการเปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS8   ในเดือนสิงหาคม 2562  ซึ่งพบว่ายอดการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อเพิ่มขึ้น โดยในระหว่างเดือน มกราคม –สิงหาคม 2562 ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5.66 พันล้านบาทต่อเดือน  ขณะที่ค่าเฉลี่ยเดือน กันยายน –ธันวาคม 2562 อยู่ที่ 1.13 หมื่นล้านบาท คาดว่าในปี 2563 ค่าเฉลี่ยสูงกว่าที่ผ่านมา

นายรักษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้บสย.สามารอนุมัติหนังสือค้ำประกัน (LG)  9.14 หมื่นฉบับ เพิ่มขึ้น 13.1%  เทียบกับปี 2561 จำนวน 8 หมื่นฉบับ นอกจากนี้เมื่อเดือนมกราคม 2563 ที่ผ่านมา บสย. ยังได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ โดยออกหนังสือค้ำประกันสินเชื่อ (LG)  จำนวน 1.44 หมื่นฉบับ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ก่อตั้ง บสย.  โดยในปีที่ผ่านมา บสย.สามารถช่วยลูกค้ารายใหม่กว่า 7 หมื่นราย เพิ่มขึ้น 27.6% เทียบจากปี 2561 กว่า 5.49 หมื่น ราย

Advertisement

“ในปี 2562 มีรายได้กว่า 7.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.23%  และมีกำไรสุทธิ  754 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับปี 2561  มีกำไรสุทธิ  595 ล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากความสามารถในการบริหารกองทุน  การบริหารเงินลงทุน  และ รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อจากการทำงานเชิงรุก ช่วยผู้ประกอบการเอสเอ้มอี เข้าถึงสินเชื่อ โดยในปี 2563 นี้คาดว่ากำไรอาจไม่สูงเท่าปีที่ผ่านมา เพราะบสย.ลดค่าธรรมเนียมค้ำประกันช่วยเอสเอ็มอีต่ำกว่าปี 2562”นายรักษ์ กล่าว

ทั้งนี้ในปี 2562 มีผลงานที่โดดเด่นด้านการติดตามหนี้  คือการปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการหนี้ แบบผ่อนคลาย ภายใต้กลยุทธ์การสร้างแรงจูงใจ เพื่อช่วยลูกหนี้ที่กำลังประสบปัญหาการชำระล่าช้า เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ การยืดหนี้ และพักชำระหนี้  แทนการฟ้อง  โดยลดการจ่ายหนี้ก้อนแรกจากเดิม 10% เหลือเพียง 1%  เปิดโอกาสให้ลูกหนี้ขอรับการประนอมหนี้มากขึ้น  โดย บสย. สามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ กลุ่มนี้ ได้ถึง  4,029 ราย สูงจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 856 ราย