นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผย ในปี 2563 บสย.มีแผนงานและเป้าหมายการดำเนินงานภายใต้แนวคิด ตัวเบา ไร้แผล มีอนาคต ตั้งเป้าค้ำประกันสินเชื่อกว่า 1 แสนล้านบาท อนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ (LG) จำนวน 1.12 แสนฉบับ และช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รายใหม่ 8.35 หมื่นราย ผ่านมาตรการรัฐ ต่อเติม เสริมทุน เอสเอ็มอี สร้างไทย ซึ่งมีทั้งการช่วยเอสเอ็มอีกำลังแย่ปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งยืดหนี้ และพักชำระหนี้ รวมถึงค้ำประกันวงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท
นายรักษ์ กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวมาตรการต่อเติม เสริมทุน เอสเอ็มอี สร้างไทย ไปเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ล่าสุดมียอดในการยืดหนี้และแก้หนี้รวมกันแล้วกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท จำนวน 1.14 หมื่นราย โดยการยืดหนี้และแก้หนี้ตามแนวทางดังกล่าวทำให้เอสเอ็มอีมีสภาคล่องมากขึ้น เช่น บางรายเคยจ่ายหนี้ 5 แสนบาทต่อเดือน จะเหลือ 1.5 แสนบาทต่อเดือน นอกจากนี้ บสย. ยังขยายระยะเวลาการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีที่อยู่ในโครงการ PGS5-7 ออกไปอีก 5 ปี ภายในกรอบวงเงิน 7 หมื่นล้านบาท โดยปัจจุบัน บสย. ให้การค้ำประกันสินเชื่อไปแล้วกว่า 8.56 แสนล้านบาท คิดเป็นจำนวน 4.26 แสนราย และก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบ 1.26 ล้านล้านบาท

นายรักษ์กล่าวว่า ยอดค้ำประกันสินเชื่อมากหลังจากการเปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS8 ในเดือนสิงหาคม 2562 ซึ่งพบว่ายอดการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อเพิ่มขึ้น โดยในระหว่างเดือน มกราคม –สิงหาคม 2562 ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5.66 พันล้านบาทต่อเดือน ขณะที่ค่าเฉลี่ยเดือน กันยายน –ธันวาคม 2562 อยู่ที่ 1.13 หมื่นล้านบาท คาดว่าในปี 2563 ค่าเฉลี่ยสูงกว่าที่ผ่านมา
นายรักษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้บสย.สามารอนุมัติหนังสือค้ำประกัน (LG) 9.14 หมื่นฉบับ เพิ่มขึ้น 13.1% เทียบกับปี 2561 จำนวน 8 หมื่นฉบับ นอกจากนี้เมื่อเดือนมกราคม 2563 ที่ผ่านมา บสย. ยังได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ โดยออกหนังสือค้ำประกันสินเชื่อ (LG) จำนวน 1.44 หมื่นฉบับ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ก่อตั้ง บสย. โดยในปีที่ผ่านมา บสย.สามารถช่วยลูกค้ารายใหม่กว่า 7 หมื่นราย เพิ่มขึ้น 27.6% เทียบจากปี 2561 กว่า 5.49 หมื่น ราย
“ในปี 2562 มีรายได้กว่า 7.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.23% และมีกำไรสุทธิ 754 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับปี 2561 มีกำไรสุทธิ 595 ล้านบาท โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากความสามารถในการบริหารกองทุน การบริหารเงินลงทุน และ รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อจากการทำงานเชิงรุก ช่วยผู้ประกอบการเอสเอ้มอี เข้าถึงสินเชื่อ โดยในปี 2563 นี้คาดว่ากำไรอาจไม่สูงเท่าปีที่ผ่านมา เพราะบสย.ลดค่าธรรมเนียมค้ำประกันช่วยเอสเอ็มอีต่ำกว่าปี 2562”นายรักษ์ กล่าว
ทั้งนี้ในปี 2562 มีผลงานที่โดดเด่นด้านการติดตามหนี้ คือการปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการหนี้ แบบผ่อนคลาย ภายใต้กลยุทธ์การสร้างแรงจูงใจ เพื่อช่วยลูกหนี้ที่กำลังประสบปัญหาการชำระล่าช้า เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ การยืดหนี้ และพักชำระหนี้ แทนการฟ้อง โดยลดการจ่ายหนี้ก้อนแรกจากเดิม 10% เหลือเพียง 1% เปิดโอกาสให้ลูกหนี้ขอรับการประนอมหนี้มากขึ้น โดย บสย. สามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ กลุ่มนี้ ได้ถึง 4,029 ราย สูงจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 856 ราย

