ที่กัมพูชา เวลา 16.30 น. ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ประเด็นที่ได้หารือกับนาย Pan Sorasak รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของกัมพูชา ได้แก่ เรื่องแรก เร่งจัดการประชุม 2 ฝ่ายโดยเร็ว ทั้งคณะกรรมการJGCไทย-กัมพูชา คณะกรรมการร่วมการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา คณะกรรมการร่วมเรื่องการเจรจาพืชผลการเกษตรข้ามแดน เพื่อประโยชน์ในการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน ซึ่งปี 2562 มูลค่าการค้าระหว่างไทย-กัมพูชาเพิ่มขึ้น 12%
นายจุริทน์ กล่าวว่า อีกประเด็นคือกัมพูชาเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดประชุม CLMVT Forum ซึ่งเป็นการประชุมร่วม 5 ประเทศ คือ ไทย ลาว เมียนมา กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพต่อเนื่อง ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีและไทยสนับสนุนองค์ความรู้ในเรื่องบริหารการประชุม ประเด็นต่อมาคือเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องเพิ่มการค้าและแก้ปัญหาการค้าชายแดนระหว่างกัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนเพื่อแก้ปัญหาการค้าชายแดนรอบประเทศไทย เริ่มต้นมาแล้วระหว่างไทย-มาเลเซีย ด่านสะเดา จ.สงขลา ไทย-เมียนมา ด่านแม่สอด และไทย-ลาว ด่านจ.มุกดาหาร ต่อไปไทย-กัมพูชา ด่านจ.สระแก้ว
“สระแก้ว มีด่านตรวจข้ามแดนด่านหนองเอี่ยนซึ่งขณะนี้มีสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชาสร้างเสร็จแล้ว แต่ด่านยังเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการไม่ได้ คาดต้องรออีก 2-3 ปีเพราะต้องสร้างอาคารทั้งสองฝ่ายให้เสร็จก่อน ขณะนี้2ฝ่ายยังไม่ได้เริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรม ก็ได้หารือกับรัฐมนตรีกัมพูชาว่าเป็นไปได้หรือไม่ จับมือกันเปิดด่านดำเนินการไปพลางก่อนไม่ต้องรอให้อาคารเสร็จใน 2-3 ปี ผมเสนอว่าอีก 1 เดือนจะเดินทางมาตามเรื่องอีกครั้ง และเชิญรัฐมนตรีกัมพูชาไปดูด่านด้วยกัน เพื่อเริ่มต้นเปิดด่านชั่วคราว เช่น อาจใช้เป็นตู้คอนเทนเนอร์มาดำเนินการไปพลางก่อน การค้าจะได้เริ่มได้ ” นายจุรินทร์ กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ที่กัมพูชายังไม่ได้มีปัญหาเรื่องไวรัสโคโรนา ทำให้การเดินทางมาสะดวก ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า พร้อมพบปะและเจรจาขายสินค้าได้หลายรายแล้ว เช่น เครื่องสำอาง สบู่สมุนไพร เป็นต้น แต่หากเกิดผลกระทบจากไวรัสอู่ฮั่น ก็สามารถปรับปรุงรูปแบบการค้า ผ่านระบบออนไลน์ และจัดงานแสดงสินค้ากันโดยตรง

