นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ชี้แจงว่า จากกระแสข่าวและข้อร้องเรียนจากผู้บริโภคแจ้งว่า มีผู้ค้าหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือกักตุนสินค้าและปั่นราคาขายสูงกว่าความเป็นจริง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งกรมการค้าภายในได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วออกไปหาข้อเท็จจริงตามเบาะแสที่ได้รับแจ้งในเขต กทม.และปริมณฑล ช่วงระหว่างวันที่ 5-6 กุมภาพันธ์ 2563 รวม 218 ราย ปรากฏว่ามีผู้กระทำผิดตามที่มีการร้องเรียนจริง จำนวน 10 ราย ในเขตพื้นที่ลาดกระบัง ประเวศ ราชเทวี บางรัก พญาไท และสัมพันธวงศ์
โดยพฤติกรรมที่ตรวจสอบมีการขายหน้ากากราคาสูงเกินสมควร สร้างความปั่นป่วนในราคาซื้อขาย และมีบางรายมีสินค้าแต่ปฏิเสธการขาย แต่จะขายให้ในราคาที่ต้องการ คณะตรวจสอบจึงได้จับกุมผู้กระทำความผิดทั้ง 10 ราย ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีในกระทงความผิดเกี่ยวกับการสร้างความปั่นป่วนราคาขายให้สูงกว่าความเป็นจริง ในมาตรา 29 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายวิชัยกล่าวว่า สำหรับในพื้นที่ต่างจังหวัด กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการเป็นกรณีเร่งด่วนให้พาณิชย์จังหวัด ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จัดคณะเคลื่อนที่เร็วออกตรวจสอบผู้มีพฤติกรรมปั่นป่วนราคาขายตามที่มีข้อร้องเรียน และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิดอย่างจริงจังและเข้มงวดอีกทางหนึ่งด้วย และเพื่อลดปัญหาการหาซื้อหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ล้างมือของผู้ที่จำเป็นต้องป้องกันตนเอง จึงขอให้ร้านค้าจัดให้มีปริมาณเพียงพอและจำหน่ายในราคาที่เป็นธรรม หากผู้ซื้อพบการกระทำที่ไม่ถูกต้อง มีการตั้งราคาสูงเกินจริง หรือกักตุนสินค้า ขอให้แจ้งสายด่วน 1569 เพื่อกรมจะได้จัดส่งคณะเคลื่อนที่เร็วออกไปดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนในทันทีทันใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานงาน “เปิดขายหน้ากากอนามัย” ณ ลานอเนกประสงค์ กระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ซึ่งได้เตรียมหน้ากากอนามัยไว้กว่าแสนชิ้น จากนั้นก็จะมีการทยอยจัดสรรไปจำหน่ายตามร้านธงฟ้าทั่วประเทศ

