หน้าแรก เศรษฐกิจ ธปท.คงจีดีพีป...

ธปท.คงจีดีพีปีนี้โต 3.1% ปัจจัยหนุนรัฐเบิกจ่าย-ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ดันเอกชนขยับตาม ท่องเที่ยวยังไปได้สวย

30.06.16 | 19:48 น.

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และเลขาคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) เปิดเผยรายงานนโยบายการเงิน เดือนมิถุนายน 2559 ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่ง กนง. ยังคงอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ(จีดีพี) ปีนี้ที่ 3.1% ปัจจัยหนุนคือ การเบิกจ่ายและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐที่ทยอยออกมา จะส่งผลให้ภาคเอกชนเริ่มมีการลงทุนตามมา การท่องเที่ยวที่เติบโตดีและการบริโภคเอกชนที่ขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่มองว่าจีดีพีขยายตัวได้ต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะขยายตัวได้ถึง 3.5%


อย่างไรก็ดี การขยายตัวเศรษฐกิจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปัจจัยจากต่างประเทศ กรณีการลงประชามติของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิท เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องติดตาม เพราะนอกจากปัจจัยที่กระทบต่อตลาดเงินและตลาดทุนในระยะสั้นแล้ว ต้องติดตามระยะยาว ในส่วนของการค้าและการลงทุน กนง. จะติดตามสถานการณ์และรอดูความชัดเจนที่เกิดขึ้น เพราะขณะนี้กระบวนการเจรจาเพื่อออกจากอียูของสหราชอาณาจักร(อังกฤษ)ยังไม่เริ่ม ก่อนจะมีการประเมินผลอย่างรอบด้านและจะมีการหารือร่วมกันในการประชุม กนง. ครั้งต่อไป ในวันที่ 3 สิงหาคมนี้

นางรุ่ง มัลลิกะมาศ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. กล่าวถึงตัวเลขเศรษฐกิจและการเงินเดือนพฤษภาคม 2559 ว่า เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนเมษายน โดยแรงขับเคลื่อนมาจาก การเบิกจ่ายและการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวดี ภาคการท่องเที่ยว มีจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 2.4 ล้านคนเพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน รวมทั้งการบริโภคในประเทศที่ดีขึ้น จากการบริโภคสินค้าคงทน เช่น รถยนต์ รถกระบะดัดแปลง รถจักรยานยนต์ ซึ่งมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด รวมทั้งมีแรงหนุนจากการบริโภคครัวเรือนภาคเกษตรที่มีความเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะรายได้เกษตรกรปรับดีขึ้นและขยายตัวเป็นบวกเป็นเดือนที่ 2 โดยขยายตัวได้ 6.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากราคาผลไม้ มันสำปะหลังและยางพาราที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งปัจจัยกระทบจากภัยแล้งชะลอลงไป ซึ่งรายได้ภาคเกษตรได้รับผลกระทบและชะลอตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2555

ส่วนมูลค่าการส่งออกยังติดลบต่อเนื่อง โดยมูลค่าส่งออกเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 1.75 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ทั้งนี้หากหักทองคำมูลค่าอยู่ที่ 1.68 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 5.6% จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและการปรับโครงสร้างการค้าของประเทศต่าง ๆ ที่ลดการนำเข้าจากประเทศอื่นลง อย่างไรก็ดี การส่งออกไปยังสหรัฐและกลุ่มซีแอลเอ็มวี(กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ยังขยายตัวได้ ด้านมูลค่าการนำเข้ายังอยู่ในระดับต่ำ มูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 1.40 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หากหักทองคำมูลค่านำเข้าอยู่ที่ 1.35 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 1.9%

Advertisement

“เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง จากการเบิกจ่ายลงทุนภาครัฐที่จะทำให้เอกชนเริ่มลงทุน การท่องเที่ยวขยายตัวดี การบริโภคเอกชนที่เข้มแข็งขึ้นทำให้มั่นใจว่าจีดีพีปีนี้จะโต 3.1% ไม่ได้มีการปรับประมาณการใหม่ แต่ความเสี่ยงเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ ยังมีอยู่ ซึ่ง ธปท.จะติดตามและประเมินเป็นระยะ” นางรุ่งกล่าว