
ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดงาน “Smart SME Expo 2016” ว่า จากการเดินทางไปร่วมประชุมหารือกับรัฐบาลจีนและกลุ่มนักธุรกิจหลากหลายเมื่อวันที่ 26-30 มิถุนายน พบว่าจีนจะเป็นประเทศแรกที่ฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากจีนไม่ได้อาศัยเศรษฐกิจรูปแบบเดิมเหมือนกลุ่มประเทศตะวันตก แต่จีนเน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจ สร้างโมเดลแบบใหม่ให้ความสำคัญกับเอสเอ็มอี โดยบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัยชั้นนำด้านเทคโนโลยีและวิทยาการ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เปลี่ยนความคิดเป็นสินค้าบริการ ออกไปแข่งกับตลาดโลก
“สิ่งที่ผมประทับใจเมื่อคุยกับผู้ประกอบการจีนที่ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ คือเขามีดีเอ็นเอเทคโนโลยี เป็นสตาร์ตอัพที่อยู่บนพื้นฐานเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่ไฮเทคอย่างเดียว แต่มีพื้นฐานหลากหลาย ทั้งวัฒนธรรม การท่องเที่ยว ภาพยนตร์ การออกแบบ ซึ่งทางการจีนดึงนายแจ็ค หม่า เจ้าของอาลีบาบากรุ๊ป มาช่วยฝึกอบรมผู้ประกอบการร่วมกับรัฐบาลจีน ในเรื่องการค้าขายผ่านอีคอมเมิร์ซ และใช้โลจิสติกส์ในการส่งสินค้า รวมถึงการส่งเสริมด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะพัฒนาจากสตาร์ตอัพเป็นเอสเอ็มอี บริษัทขนาดกลาง บริษัทขนาดใหญ่ในอนาคต เพราฉะนั้นเราต้องเลือกมองเป็นบทเรียนว่าไทยจะสร้างรูปแบบนี้ได้อย่างไร” นายสมคิดกล่าว
นายสมคิดกล่าวว่า ปลัดกระทรวงการคลังรายงานว่าในไม่ช้านี้จะมีกองทุนสตาร์ตอัพเกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือในเรื่องเงินทุน ขณะนี้เริ่มมีธนาคารหลายแห่งให้ความสำคัญกับเงินทุนที่จะช่วยเหลือสตาร์ตอัพ เพื่อต่อยอดสตาร์ตอัพและเอสเอ็มอีเกษตร ไปสู่เอสเอ็มอี 4.0 นอกจากนี้ สมาคมธนาคารไทยจะมีกองทุนสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีวงเงิน 10,000 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ย 4% ในขณะที่ธนาคารออมสินกับธนาคารกรุงไทยก็ปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 4% แต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม สำหรับปัญหาใหญ่ที่นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงคือ หนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ของเอสเอ็มอี ซึ่งบางรายมีศักยภาพ ไม่มีปัญหาการทุจริต แต่ติดปัญหาในเรื่องขาดสภาพคล่อง มีเอ็นพีแอล ขณะนี้นายกฯสั่งการมาว่าให้ตั้งกองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอีที่เป็นเอ็นพีแอล เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้แข็งแรงขึ้น
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า พร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ติดปัญหาเอ็นพีแอลตามที่นายกรัฐมนตรีเป็นห่วง นอกจากนี้แล้ว สสว.มีแผนจะเพิ่มวงเงินกองทุนพลิกฟื้นเอสเอ็มอี จาก 1,000 ล้านบาท แต่ต้องรอหารือก่อน
