นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า กระแสการระบาดของไวรัสโคโรนาไปทั่วโลก ได้กระทบต่อธุรกิจบนถนนข้าวสารเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากก่อนหน้านี้นักท่องเที่ยวชาวจีนยกเลิกการจองห้องพักแล้ว ขณะนี้มีการยกเลิกการจองห้องพักจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่น โดยยังเหลือนักท่องเที่ยวจากยุโรปเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแม้สัดส่วนต่างชาติมาพักที่ถนนข้าวสารและใกล้เคียงเป็นชาวยุโรปถึง 70% และชาวจีน 15% แต่ยอดใช้จ่ายชาวจีนจะสูงกว่ายุโรป 2 เท่าตัว ดังนั้นเมื่อนักท่องเที่ยวจีนและเอเชียลดลง ทำให้ธุรกิจบนถนนข้าวสารหายไปกว่า 1 ล้านบาทต่อวัน หรือลดลงกว่าปกติ 30-40% ซึ่ง
” ธุรกิจในถนนข้าวสารกังวลว่าไวรัสโคโรนา น่าจะใช้เวลา 6 เดือนถึงคลี่คลายลง ซึ่งจะกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวในไทยและธุรกิจต่างๆ ซึ่งเดิมธุรกิจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกซบเซาจนยอดพักลดลงแล้ว ยังได้รับผลกระทบเพิ่มจากการระบาดไวรัสโคโรนา จึงอยากให้รัฐบาลเร่งเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการผ่านมาตรการภาษี เพื่อลดปัญหาสภาพคล่องทางธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากยอดเข้าพักลดลงแล้ว ธุรกิจยังต้องจัดแคมเปญดึงยอดเข้าพักในตลาดยุโรปและตลาดนอกเอเชีย ซึ่งขณะนี้ต้องลดค่าห้องพัก 20-30% หรือลดจากค่าพักคืนละ 1,800 บาทถึง 3,000 บาท เหลือ 1,300 บาทขึ้นไป ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ห้องพักในถนนข้าวสารต้องปรับราคาลดลง สะท้อนว่าสถานการณ์ค่อนข้างน่าห่วง อยากให้รัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยด่วน “นายสง่า กล่าว
นายสง่า กล่าวว่า แม้มองว่าวิกฤตโคโรนากว่าจะคลี่คลายก็อีก 6 เดือน ซึ่งอาจกระทบต่อเทศกาลสงกรานต์ของไทยด้วย ที่จะมีถึงในเดือนเมษายนนี้หรืออีก 2 เดือนจากนี้ เรื่องนี้ธุรกิจบนถนนข้าวสารยังยืนยันต้องจัดกิจกรรมเที่ยวสงกรานต์เหมือนทุกปี เพราะเห็นว่าเป็นประเพณีและเทศกาลสงกรานต์คนรู้จักไปทั่วโลก ที่ต้องการเข้ามาเที่ยวสนุกในเมืองไทย จึงต้องจัดกิจกรรมแน่นอน แต่ปีนี้คงต้องจัดพิเศษกว่าทุกปี ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือและอยากให้ภาครัฐเข้ามาส่วนร่วมด้วย

