นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า ภาพรวมตลาดหุ้นประจำสัปดาห์นี้ ประเมินว่าดัชนีหุ้นไทยยังคงเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบจำกัดอย่างต่อเนื่อง โดยมีตัวแปรในเรื่องของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่หากมีข่าวดีออกมาในลักษณะเดียวกันกับสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่ามีการค้นพ้นวัคซีนต้านไวรัสดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีแล้วในระดับหนึ่ง และหากนำไปศึกษาเพิ่มเติมแล้วพบว่า สามารถนำมาใช้กับผู้ติดเชื้อและต้านไวรัสได้สำเร็จ ก็จะเป็นผลดีกับตลาดหุ้นไทย
นางสาววิลาสินีกล่าวว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามในส่วนของต่างประเทศ เป็นการประชุมฉุกเฉินขององค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (โอเปก) ในการพิจารณาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน ซึ่งถือเป็นการประชุมที่เร็วกว่ากำหนดเดิม เนื่องจากหากประเมินราคาน้ำมันดิบเบื้องต้นจะเห็นว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ทำให้ขณะนี้ราคาน้ำมันปรับลดลงต่ำกว่าระดับ 50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากระดับ 65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงที่เกิดข้อพิพาทระหว่างสหรัฐและอิหร่านขึ้น
นางสาววิลาสินีกล่าวว่า ส่วนปัจจัยในประเทศเป็นประเด็นความไม่แน่นอนทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ ต้องติดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในการพิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ ว่าคำตัดสินจะออกมาอย่างไร ในส่วนของการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในช่วงที่ผ่านมานั้น ถือเป็นข่าวดีที่กนง.เล็งเห็นแล้วว่า เศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศไทย กำลังอยู่ในความเสี่ยงที่จะไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยจะเห็นว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้มีสำนักวิจัยหลายแห่ง รวมถึงสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง ที่ได้ออกมาปรับลดประมาณการตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 2563 ลง ทำให้การที่กนง.ออกมาปรับลดดอกเบี้ยลงในครั้งนี้ น่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจได้
“การล่าช้าของงบประมาณประจำปี 2563 ที่ยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้นั้น ประเมินว่าหากมีการล่าช้าออกไปอีก เชื่อว่าน่าจะมีแนวทางทางเทคนิคอื่นๆ ที่ทำให้สามารถเบิกจ่ายงบประมาณออกมาใช้ก่อนได้ ในด้านทิศทางเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ยังมีปัจจัยกดดันการไหลเข้าของฟันด์โฟลว์ ในเรื่องค่าเงินบาทที่ปรับอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงกนง.มีการปรับลดดอกเบี้ยลง ยิ่งทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงแตะระดับ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิแล้วประมาณ 20,000 ล้านบาท และยังไม่เห็นทิศทางที่ฟันด์โฟลว์จะไหลเข้ามาในเร็วๆ นี้ สำหรับกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ เนื่องจากขณะนี้ตลาดมีความผันผวน และมีความเสี่ยงขาลงค่อนข้างมาก จึงแนะนำให้ถือเงินสดไว้ก่อน 50% เล่นหุ้น 20-30% โดยในช่วงที่ตลาดปรับลดลง ให้ทยอยซื้อหุ้นเก็บสะสมต่อไป”นางสาววิลาสินีกล่าว
ส่วนหุ้นเด่นจะเป็นตัวไหน ต้องติดตามในรายการคลุกวงหุ้น!

