เอสเอ็มอียอดขายหาย 40% ลดคน 20% เหตุบาทแข็ง กำลังซื้อในประเทศลด ขอรัฐหาหาตลาดส่งออก-ช่วยลงทุนด้านเครื่องจักร ส.อ.ท.เสนอกกร.ทำหนังสือถึงรัฐบาลดำเนินข้อเสนอแนวทางช่วยเอสเอ็มอี
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ นายปรีชา ส่งวัฒนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต(เอสเอ็มไอ) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) กว่า 2 ล้านราย แต่ 95% เป็นรับจ้างผลิต จึงได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยเฉพาะปัญหาเงินบาทแข็งค่า หากไม่ปรับระบบการผลิต ใช้นวัตกรรม สร้างแบรนด์ สร้างสินค้า แทนการรับจ้างผลิตเพียงอย่างเดียว จะยิ่งส่งผลต่อธุรกิจเอสเอ็มอี เพราะการมีแบรนด์และเพิ่มมูลค่าสินค้าจะช่วยเพิ่มกำไรมากถึง 2-8 เท่า จากกำไรจากการรับจ้างผลิตเพียง 5-10%
น.ส.อัครนงค์ รุจิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มิราเคิล เฮลธ์แคร์ จำกัด บริษัทรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง กล่าวว่า ได้ใช้โปรแกรมพัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรมองค์กร(ไอโอพี) ประเมินและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต อาทิ พัฒนาสินค้าสร้างแบรนด์ของบริษัทเอง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายลดลง 40% เมื่อเทียบกับปี 2561 เพราะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อผลิตสูง ขึ้น 25% คิดเป็นสัดส่วนต่อต้นทุนมากถึง 80% ของการผลิตทั้งหมด ประกอบกับกำลังซื้อในประเทศชะลอลง ส่งผลต่อยอดคำสั่งสินค้าลดลงด้วย
“ขณะนี้ บริษัทได้ปรับตัว ทั้งลดกำลังการผลิต เลิกจ้างแรงงานที่เป็นสัญญาจ้างลง 20% และพัฒนาสินค้าสร้างแบรนด์ เพื่อประคองธุรกิจ แต่อยากให้รัฐบาลหาช่องทางตลาด เพื่อส่งออกไปต่างประเทศ”น.ส.อัครนงค์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

