หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชนท่องเที่...

เอกชนท่องเที่ยวตลาดต่างชาติ ยันไม่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ

16.02.20 | 10:11 น.

นายรณรงค์ ชีวินสิริอำนวย นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน (ทีซีทีเอ) เปิดเผยว่า แนวคิดในการออกมาตรการเพื่อเยียวยาผู้ประกอบการในภาคเอกชน ได้แก่ 1.การให้ความช่วยเหลือระยะสั้นเพื่อลดผลกระทบจากการท่องเที่ยวชะลอตัว ด้วยการจัดฝึกอบรมหรือเพิ่มเติมความรู้เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งรัฐบาลจะมีเงินช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประมาณ 3-4 เดือน และ 2.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ อาทิ การสนับสนุนให้กลุ่มผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ออกเดินทางเที่ยวในประเทศ และสามารถลดหย่อนภาษีได้ โดยเบื้องต้นผู้ประกอบการในภาคการท่องเที่ยว ที่รองรับและให้บริการตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นหลัก ไม่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกในส่วนนี้เลย เพราะผู้ประกอบการที่ให้บริการตลาดไทยเที่ยวไทยก็มีอยู่แล้ว การเข้าไปแบ่งสัดส่วนนักท่องเที่ยวออกมาทำได้ยาก

“เอกชนที่อิงรายได้จากตลาดต่างชาติ ถือว่าได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 สูงมาก เนื่องจากจีนปิดประเทศ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ทำให้ขณะนี้จึงไม่มีทัวร์จีนเข้ามาแล้ว แม้แต่นักท่องเที่ยวจีนที่นิยมเดินทางเข้ามาเที่ยวด้วยตัวเอง หรือมาเป็นครอบครัว (เอฟไอที) ก็เข้ามาน้อยลงมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ อาทิ รัสเชีย อินเดีย ซึ่งเป็นฐานนักท่องเที่ยวหลักก็เข้ามาน้อยลง ทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบสูงมาก ซึ่งเท่าที่ดูมาตรการที่พอช่วยได้ ก็เป็นมาตรการทางการเงิน พวกสินเชื่อต่างๆ เท่านั้น แต่ที่ออกมาก็ยังไม่ได้เป็นยาเพียงพอ” นายรณรงค์กล่าว

นายรณรงค์กล่าวว่า หากหันมากระตุ้นการเดินทางในประเทศ ก็ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีและควรทำ เพราะจะทำให้เงินในประเทศมีหล่อเลี้ยง และประโยชน์จะขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการที่ให้บริการลูกค้าไทยเที่ยวไทยเป็นหลักมากกว่า ส่วนผู้ประกอบการตลาดต่างประเทศ ก็ต้องเอาตัวรอดมากขึ้น โดยมีบริษัทเอกชนภายใต้สมาคมฯจำนวน 130 บริษัท จากอดีตที่มีบริษัทในสมาชิกกว่า 300 บริษัท แต่จากการแข่งขันที่สูง และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทำให้จำนวนบริษัทลดลง โดยสถานการณ์เบื้องต้น ทัวร์ไม่เข้ามา นักท่องเที่ยวหายไปเกือบหมด ทำให้บริษัทหยุดให้บริการแล้วกว่า 100% ส่วนพนักงานมีการสลับกันทำงานเป็นสัปดาห์ ตามข้อตกลงกันภายใน แต่ยังไม่มีการเลิกจ้าง ซึ่งหากยังไม่สามารถควบคุมโรคระบาด และฟื้นตัวได้ จะมีบริษัททยอยปิดตัวลงจำนวนมาก ทำให้ภาคการท่องเที่ยวทรุดหนักกว่านี้

นายรณรงค์กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะเคยมีประสบการณ์ การรับมือกับโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง (ซาร์ส) ที่เคยเกิดขึ้นในปี 2546-2547 แต่ปี 2563 การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สร้างผลกระทบที่ค่อนข้างสาหัสกว่าครั้งใดๆ เนื่องจากจีนมีการปิดประเทศเพื่อควบคุมโรคระบาด ทำให้นักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นฐานนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทย หายไป 100% รายได้ในภาคการท่องเที่ยวที่ควรส่งมายังเอกชนก็หายไปตาม และหากพูดกันตามตรง ขณะนี้การกระตุ้นการเดินทางในประเทศ คงไม่สามารถทำได้ดีมากนัก เพราะการใช้จ่ายน้อยกว่านักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่แล้ว และผู้คนก็ยังกลัวความเสี่ยงจนไม่อยากออกเดินทางอยู่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

Advertisement

เพิ่มเพื่อน