นางสาวมัญชุสา หุตะสิงห เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความช่วยเหลือในการเรียกร้องสิทธิและความเป็นธรรมให้กับบิดา นายเอกกมน หุตะสิงห อดีตประธานหอการค้าไทย-อิตาเลียน, นายกกิตติมศักดิ์และผู้ก่อตั้งสมาคมเฟอร์นิเจอร์ไทย จากกรณีอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของพนักงานห้างค้าปลีกชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร และจากบริเวณพื้นที่เกิดเหตุที่ไม่ได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยในการใช้บริการภายในห้างฯ โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพันศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน ศูนย์บริการประชาชน และนายสาธิต สุทธิเสริม หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน เป็นผู้รับหนังสือร้องทุกข์ และรับว่าจะพิจารณาดำเนินการเรื่องดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ก่อนหน้านี้ นางสาวมัญชุสาได้โพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊คส่วนตัว “Miki Hutasingh m.facebook.com” เพื่อขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจและความห่วงใยมาถึงบิดาของเธอ พร้อมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบิดา มีใจความสรุปได้ว่า เหตุเกิดขึ้นในช่วงค่ำตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งตรงกับวันจ่ายในเทศกาลตรุษจีน บิดาและเธอได้ไปที่ห้างค้าปลีกแห่งหนึ่งเพื่อซื้อของไหว้ตามธรรมเนียมประเพณีจีนในเทศกาลตรุษจีน ถูกพนักงานของห้างแห่งนี้ที่กำลังเข็นรถตะเข้ (hand jack lift) เบียดเข้ามาทางบิดาเพื่อจะเข็นไปยังอีกแผนกหนึ่ง ปรากฏว่าจังหวะที่รถเข็นเบียดมาทางบิดาได้ชนที่ส้นเท้าของบิดาจนเสียหลักโดยพื้นที่บริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นจุดที่ตั้งตู้แช่แข็งมีน้ำซึมออกมาอยู่บนพื้นทางเดิน บิดาซึ่งเสียหลักอยู่แล้วจากที่โดนรถเข็นเบียดและชนส้นเท้าเจอกับพื้นที่เปียกน้ำ จึงทรงตัวไม่อยู่ ลื่นล้มอย่างแรงจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนหลังของบิดาฟาดกระแทกกับเหล็กอย่างแรงก่อนที่ก้นกบกระแทกลงพื้นอย่างแรง ซึ่งขณะเกิดเหตุได้ตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีพนักงานของห้างคนใดเข้ามาช่วย ซึ่งรวมถึงพนักงานที่เข็นรถมาชนก็ไม่หันมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น มีเพียงลูกค้าที่เข้าใช้บริการภายในห้างที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุเข้ามาช่วย
เวลาล่วงเลยไปประมาณ 15-20 นาที จึงมีพนักงานของทางห้างในระดับหัวหน้าเข้ามาสอบถาม และทำเอกสารส่งตัวผู้บาดเจ็บไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลซึ่งใช้เวลานานเกือบ 1.30 ชั่วโมง โดยเธอต้องขับรถพาบิดาไปส่งที่โรงพยาบาลเอง ผลการตรวจร่างกายพบว่ามีอาการหลายอย่าง คือ ฟกช้ำของกล้ามเนื้อด้านหลัง, กระดูกก้นกบร้าว, ข้อกระดูกสันหลังหดตัวลงนิดนึง, กล้ามเนื้อเกร็ง ยึด และมีอาการปวด, การทรงตัวไม่ดี เป็นต้น ทั้งนี้ทางผู้จัดการสาขาของห้างแห่งนี้และพนักงานที่ดูแลเคสของบิดาแจ้งว่าจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลอย่างเต็มที่จนกว่าจะหายดีเป็นปกติ ซึ่งปัจจุบันนี้บิดายังต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงต้องทำกายภาพบำบัดทางน้ำในการฝึกการทรงตัวและกล้ามเนื้อ ซึ่งทางห้างยังคงช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาลและค่าสมาชิกสระว่ายน้ำเพื่อการทำกายภาพบำบัดให้ แต่ค่าเยียวยา, ค่าชดเชย, ค่าเสียหาย หรือ ค่าสินไหมทดแทนใดๆ ตามที่ได้เคยคุยตกลงกันไว้ ยังไม่เคยเกิดขึ้นเลย จนต้องมีการติดตามทวงถามอยู่เรื่อยๆ จนล่าสุดเมื่อต้นปี 2563 ตัวแทนของห้างได้ติดต่อกลับมาแจ้งว่ามีการประชุมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องและผู้บริหารแล้ว ยังไม่มีข้อสรุป เนื่องจากผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการที่จะเป็นผู้พิจารณาเคสนี้ยังไม่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และไม่ทราบกำหนดการว่าจะกลับเมื่อไร


