ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 กุมภาพันธ์ 2563) ตั้งแต่เวลา 07.30 น. เป็นต้นไป สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 700, 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์ จากเดิมที่เปิดประมูล 4 คลื่นความถี่ ได้แก่ ย่าน 700, 1800, 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์ แต่เนื่องจากย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ ไม่มีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) ยื่นคำขอรับใบอนุญาต จึงจัดการประมูลใน 3 ย่านความถี่ดังกล่าว
ทั้งนี้ โอเปอเรเตอร์ที่เข้าร่วมการประมูล ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส, บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทียูซี) ในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (ดีทีเอ็น) ในเครือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค, บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
สำหรับคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ มีโอเปอเรเตอร์เข้าประมูล 3 ราย ได้แก่ เอดับบลิวเอ็น, ทรู มูฟ เอช และแคท โดยคลื่นความถี่ดังกล่าวนำออกประมูล จำนวน 3 ชุด ชุดละ 5 เมกะเฮิรตซ์ รวม 15 เมกะเฮิรตซ์ ราคาเริ่มต้น 8,792 ล้านบาท ทั้งนี้ โอเปอเรเตอร์ 3 รายดังกล่าว ยังเข้าประมูลในคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ด้วย โดยคลื่นความถี่นี้นำออกประมูล จำนวน 19 ชุด ชุดละ 10 เมกะเฮิรตซ์ รวม 190 เมกะเฮิรตซ์ ราคาเริ่มต้น 1,862 ล้านบาท ส่วนคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ มีโอเปอเรเตอร์เข้าประมูล 4 ราย ได้แก่ เอดับบลิวเอ็น, ทรู มูฟ เอช, ดีทีเอ็น และทีโอที โดยคลื่นความถี่ดังกล่าวนำออกประมูล จำนวน 27 ชุด ชุดละ 100 เมกะเฮิรตซ์ รวม 2700 เมกะเฮิรตซ์ ราคาเริ่มต้น 423 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ภายใต้กฎการประมูล กำหนดให้ทำการประมูลคลื่นความถี่เป็นรายย่าน โดยเรียงลำดับจากย่านความถี่ต่ำไปย่านความถี่สูง คือ ย่าน 700, 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์ ในรูปแบบการประมูลแบบคล็อกออกชั่น ซึ่งแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ได้แก่ 1.ขั้นตอนการจัดสรรชุดคลื่นความถี่ โดยรอบแรก ผู้เข้าประมูลจะต้องทำการประมูล หากไม่ดำเนินการจะถูกยึดหลักประกันการประมูลตามจำนวนเงินในแต่ละย่านความถี่ โดยคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ มีหลักประกัน 2,637.6 ล้านบาท ขณะที่ คลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ มีหลักประกัน 4,994.4 ล้านบาท และคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ มีหลักประกัน 507.6 ล้านบาท สำหรับรอบที่สอง ผู้เข้าประมูลมี 2 ทางเลือก คือ คงความต้องการชุดคลื่นความถี่ หรือลดความต้องการ โดยต้องระบุความต้องการและระดับราคาที่ประสงค์มีหน่วยเป็นล้านบาท ทั้งนี้ การประมูลในขั้นตอนนี้จะสิ้นสุดเมื่อความต้องการชุดคลื่นความถี่รวมน้อยกว่าหรือเท่ากับจำนวนชุดคลื่นความถี่ที่เปิดประมูล
และ 2.ขั้นตอนการกำหนดย่านความถี่ โดยผู้ชนะการประมูลจากขั้นตอนที่ 1 จะต้องเลือกย่านความถี่ ภายในเวลา 20 นาที โดยระบบการประมูลจะสร้างทางเลือกให้แก่ผู้เข้าประมูลแต่ละราย ทั้งนี้ ผู้เข้าประมูลสามารถเสนอราคาในตำแหน่งของย่านความถี่ที่ประสงค์ หากไม่ประสงค์ที่จะเลือกตำแหน่งใดเป็นพิเศษสามารถใส่ 0 (ศูนย์) ได้ โดยการเสนอราคานี้มีหน่วยเป็นบาท อย่างไรก็ดี จะดำเนินการประมูลทั้ง 2 ขั้นตอนให้เสร็จสิ้นในแต่ละย่าน ซึ่งหลังจากประมูลครบทุกย่านแล้วจะมีการประชุมร่วมกันเพื่อตรวจสอบและรับรองผลการประมูล จากนั้น สำนักงาน กสทช. จะประกาศผลผู้ชนะการประมูลและจำนวนชุดคลื่นความถี่ที่ชนะการประมูล โดยให้ผู้เข้าประมูลลงนามรับรองราคาสุดท้ายที่เสนอลงในแบบรับรองราคาสุดท้าย และให้ถือว่ากระบวนการประมูลสิ้นสุด
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) ประเมินว่า จะมีรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่เข้ารัฐ ประมาณ 74,000 ล้านบาท จากการประมูลไม่ต่ำกว่า 30 ใบอนุญาต ทั้งนี้ แม้ในเงื่อนไขจะระบุให้ผู้ชนะการประมูลเข้ารับใบอนุญาตได้ภายใน 90 วัน แต่โอเปอเรเตอร์แจ้งความประสงค์ขอเข้ารับใบอนุญาตในทันที ดังนั้น กสทช. จึงคาดว่า จะสามารถเปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์ได้ก่อนเดือนกรกฎาคม 2563 หรือก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และคาดว่า ปีนี้จะมีการลงทุนด้านโครงข่ายทั้งระบบอยู่ที่ 133,000 ล้านบาท ขณะที่ ปี 2564 จะมีการลงทุน 200,000 ล้านบาท โดย กสทช. จะเร่งให้โอเปอเรเตอร์ติดตั้งโครงข่าย 5G บนเสาสัญญาณเดิมที่มีอยู่ทั้งระบบ 130,000 สถานีฐานในทันที โดยไม่ต้องผ่านเวทีประชาพิจารณ์
“คาดว่าคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ จะมีการแข่งขันกันดุเดือด ถัดมาคือคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ โดยการประมูลครั้งนี้เป็นที่จับตาว่า เอไอเอส และทรู ที่เข้าประมูลใน 3 ย่านความถี่ น่าจะต้องการช่วงชิงความเป็นเบอร์หนึ่งในการให้บริการ 5G และต้องการชำระเงินทันทีที่ได้รับใบอนุญาต เพราะต้องการเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด จึงต้องลุ้นกันว่าโอเปอเรเตอร์รายใดจะเป็นผู้ลงทุน 5G ก่อนกัน ส่วนดีแทค ซึ่งเข้าประมูลในคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ เพียงย่านเดียว ทำให้การประมูลในคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ มีการแข่งขันที่ไม่ดุเดือด เนื่องจากคลื่นความถี่ย่านดังกล่าวยังไม่พร้อมให้บริการ เพราะอุปกรณ์ยังไม่รองรับ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าดีแทคในการเปิดให้บริการ 5G ไม่น้อย” นายฐากร กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

