หน้าแรก เศรษฐกิจ ​ประมูล 5G ชื...

​ประมูล 5G ชื่นมื่น​ ‘เอไอเอส’​ กวาดเรียบ 3 คลื่น ‘กสทช.’​ โกยรายได้ 100,521 ลบ. (ชมคลิป)

16.02.20 | 18:57 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประมูลคลื่นความถี่เพื่อรองรับ 5G ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดขึ้น สำหรับคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)​ หรือแคท ชนะการประมูลจำนวน 2 ชุด มีราคา 34,306 ล้านบาท ส่วนบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ชนะการประมูลจำนวน 1 ชุด มีราคา 17,153 ล้านบาท และบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทียูซี) ในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ไม่ได้รับการจัดสรร

ขณะที่ คลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ชนะการประมูลจำนวน 10 ชุด มีราคา 19,560 ล้านบาท ส่วนบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทียูซี) ในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)​ ชนะการประมูลจำนวน 9 ชุด มีราคา 17,604 ล้านบาท และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)​ หรือแคทไม่ได้รับการจัดสรร

ส่วนคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ชนะการประมูลจำนวน 12 ชุด มีราคา 5,340 ล้านบาท ส่วนบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทียูซี) ในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)​ ชนะการประมูลจำนวน 8 ชุด มีราคา 3,560 ล้านบาท บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)​ ชนะการประมูลจำนวน 4 ชุด มีราคา 1,780 ล้านบาท และบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (ดีทีเอ็น) ในเครือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ชนะการประมูลจำนวน 2 ชุด มีราคา 890 ล้านบาท

ทั้งนี้ เมื่อรวมรายได้ในขั้นตอนการจัดสรรชุดคลื่นความถี่ และขั้นตอนการกำหนดย่านความถี่ ส่งผลให้การประมูลคลื่น​ความถี่​ครั้งนี้มีรายได้เข้ารัฐ รวม 100,521 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) รวม 48 ชุดคลื่นความถี่ แบ่งเป็นคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ประมูลได้จำนวน 3 ชุด เป็นเงิน 51,460 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ส่วนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ ประมูลได้จำนวน 19 ชุด เป็นเงิน 37,434 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ ประมูลได้จำนวน 26 ชุด จากที่นำออกประมูล 27 ชุด เป็นเงิน 11,627 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

Advertisement

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า จะนำผลการประมูลเข้าสู่ที่ประชุม กสทช. เพื่อลงมติรับรองผลอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 โดยจะมีการชำระค่าใบอนุญาตในวันเดียวกัน ซึ่งคาดว่า ผู้ชนะการประมูลในคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์ จะขอเข้ารับใบอนุญาตภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ขณะที่ คลื่นความถี่​ย่าน 700 เม​กะ​เฮิรตซ์​ ปัจจุบัน​ใช้ในกิจการไมโครโฟน​ คาดว่าจะนำมาใช้ในกิจการโทรคมนาคม​ได้หลังเดือนเมษายน 2564

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า การเดินหน้าประมูลคลื่นความถี่ของ 2 รัฐวิสาหกิจ ได้แก่ แคทและทีโอที นับเป็นแรกที่รัฐวิสาหกิจเข้าร่วมประมูล ทั้งนี้ จำนวนเงินที่ทั้ง 2 บริษัท โดยเฉพาะแคทที่ประมูลคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ในราคา 34,306 ล้านบาทนั้น ไม่เป็นมูลค่าที่มากเกินไป ซึ่งถือได้ว่าการประมูลครั้งนี้ทำได้ดีและเป็นไปตามแผน ตามที่บริษัทได้วางแผนธุรกิจไว้ว่าจะลงทุนต่อไปอย่างไร อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นรัฐบาลไม่จำเป็นต้องสนับสนุนงบประมาณอะไรเพิ่มเติม เพราะบริษัทได้เตรียมแผนการลงทุนไว้รองรับแล้ว

“คาดว่า หลังการควบรวมกิจการระหว่างแคทและทีโอที เป็นบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือเอ็นที จะมีคลื่นความถี่ปริมาณใกล้เคียงกับเอไอเอสซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ซึ่งส่งผลให้เอ็นทีมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า การประมูลครั้งนี้ ส่งผลให้เอไอเอส ถือครองคลื่นความถี่ทั้งสิ้น 1450 เมกะเฮิรตซ์ มากที่สุดในอุตสาหกรรม ซึ่งรักษาตำแหน่งผู้นำอุตสาหกรรมที่ถือครองคลื่นความถี่ในการให้บริการ 4G และ 5G มากที่สุดในประเทศ

นายชารัด เมห์โรทา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า สำหรับการเตรียมพร้อม 5G ได้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2561 ในการขยายโครงข่ายด้วยเทคโนโลยี 4G ที่ให้บริการบนคลื่นความถี่ย่าน 2300 เมกะเฮิรตซ์ของทีโอที และตามด้วยการได้รับจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ สำหรับการประมูลคลื่นความถี่เพื่อรองรับ 5G ซึ่งชนะการประมูลในคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ ทำให้ดีแทคพร้อมในการให้บริการด้วยย่านคลื่นความถี่ทั้งย่านต่ำ กลาง สูง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการให้บริการรับส่งข้อมูล เพื่อให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุด ทั้งนี้ ดีแทคจะจัดให้มีการแถลงข่าว เพื่อประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจ 2563 และกลยุทธ์การพัฒนาโครงข่าย ต่อไป

นายอาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นจํากัด (มหาชน)​ กล่าวว่า จากการชนะการประมูลคลื่น​ความถี่​ครั้งนี้ จะเร่งพัฒนาเครือข่าย 5G เพื่อเปิดให้บริการโดยเร็ว ทั้งนี้ เชื่อว่าด้วยจุดเด่นทั้งเรื่องความครบครันและครอบคลุมของคลื่นความถี่ที่กลุ่มทรูมีอยู่ทั้งย่านความถี่ต่ำและสูงทั้งหมด รวมถึงความพร้อมจากการทดสอบให้บริการ 5G มาแล้วกับทุกภาคส่วน ประกอบกับความร่วมมือพันธมิตร อย่างไชน่าโมบายล์ที่มีประสบการณ์ในการเปิดให้บริการ 5G ด้วยคลื่นความถี่​ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์​ จะตอกย้ำความมุ่งมั่นของกลุ่มทรูที่จะพัฒนาบริการ 5G ที่ดีที่สุด ดเพื่อเป็นผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้บริโภคและประเทศไทยได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน