ชาวไร่-รง.ชงรัฐทวนโครงสร้างราคาน้ำตาล เสนอขึ้นกก.ละ0.50-1.00บ.
นายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และสมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยเขต7 เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวไร่อ้อยอยู่ระหว่างเตรียมข้อเสนอต่อคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.) ที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานชุดใหม่ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติเร็วๆ นี้ โดยข้อเสนอของชาวไร่เพื่อให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายอยู่รอดได้ท่ามกลางปัญหาผลผลิตอ้อยตกต่ำจากภัยแล้ง เบื้องต้นจะเสนอทบทวนโครงสร้างราคาน้ำตาลทรายภายในประเทศให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงตามสูตรราคาแบบคอสท์ พลัส ซึ่งมีแนวโน้มจะปรับขึ้น
“ก่อนหน้านี้รัฐได้กำหนดสูตรลอยตัวราคาน้ำตาลทรายเพื่อสะท้อนกลไกตลาดโลกเป็นสำคัญภายใต้คำสั่งม.44 แต่ต่อมาเมื่อเดือนตุลาคม 2562 มีการกำหนดสูตรใหม่ที่อิงต้นทุนทั้งชาวไร่อ้อยและโรงงานตามสูตรสูตรราคาแบบคอสท์ พลัส ซึ่งขณะนั้นสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย หรือ สอน.ได้ประกาศราคาจำหน่ายน้ำตาลทรายฤดูผลิตปี 2562/63 หน้าโรงงานไว้ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มคือน้ำตาลทรายขาวราคากิโลกรัม(กก.)ละ 17.25 บาท น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ กก.ละ 18.25 บาทเพื่อคำนวณเป็นรายได้ของชาวไร่ แต่เวลานี้ต้องทบทวนเพราะต้นทุนเปลี่ยนไปมาก”นายนราธิปกล่าว
นายนราธิป กล่าวว่า ที่ผ่านมา กอน.ได้เห็นชอบกำหนดต้นทุนชาวไร่อ้อยไว้ที่ 1,110 บาทต่อตัน โดยคำนวณจากผลผลิตต่อไร่เฉลี่ยไว้ที่ 10.5 ตันต่อไร่ แต่จากปัญหาภัยแล้ง การเปิดหีบฤดูผลิตปี 2562/63 เริ่มตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2562 จนถึงขณะนี้มีสัญญาณผลผลิตต่อไร่เฉลี่ยเหลือเพียง 6 ตันต่อไร่ ขณะที่ผลผลิตอ้อยฤดูหีบล่าสุดคาดว่าจะปิดหีบได้ภายในไม่เกินกลางเดือนมีนาคมนี้เพราะอ้อยเหลือปริมาณไม่มาก ประเมินว่าผลผลิตจะเหลือเพียงประมาณ 79 ล้านตันอ้อยลดลงจากฤดูหีบที่แล้วซึ่งมีผลผลิตอ้อยสูงถึง 130.90 ล้านตัน สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ต้นทุนทั้งฝ่ายชาวไร่อ้อยและโรงงานมีทิศทางปรับเพิ่มขึ้น และยังมีค่าขนส่งด้วย จึงเป็นที่มาในการนำเสนอให้มีการทบทวนโครงสร้างราคาเพื่อให้สะท้อนต้นทุนการผลิต ไม่เช่นนั้นอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายคงจะวิกฤติหนัก เพราะสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงกำลังทำให้อ้อยตอเริ่มตายมากขึ้น และพันธุ์อ้อยดีๆหายากอาจทำให้ภาพรวมฤดูผลิตปี 2563/64 อาจวิกฤติหนักในแง่ผลผลิต
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การแต่งตั้งกอน.ชุดใหม่ เนื่องจากชุดเดิมครบวาระ ที่ผ่านมาได้มีการเวียนหนังสือให้รัฐมนตรีว่าการที่กำกับดูแล 3 กระทรวงได้แก่ อุตสาหกรรม พาณิชย์ เกษตรและสหกรณ์ ลงนาม จากนั้นจะนำเสนอครม.อนุมัติ คาดว่าจะเข้าครม.ได้ในสัปดาห์นี้เป็นอย่างเร็ว ภายหลังจาก ครม.แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย(บอร์ดกองทุนฯ)ไปแล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้ชาวไร่อ้อยและโรงงานได้เตรียมข้อมูลเพื่อให้ทบทวนต้นทุนการผลิตเพื่อนำไปสู่การปรับขึ้นราคาน้ำตาลทราย เบื้องต้นคาดว่าจะเสนอให้ปรับราคา 0.50-1.00 บาทต่อกก.
“การลอยตัวราคาน้ำตาลก่อนหน้านั้นเพราะรัฐต้องการแก้ไขปัญหากรณีบราซิลฟ้องร้องไทยต่อองค์การการค้าโลก หรือ ดับบลิวทีโอ ที่มองไทยว่าอุดหนุนราคาน้ำตาล ประกอบกับราคาตลาดโลกลดลงทำให้ราคาขายปลีกของไทยลดลง แต่ด้วยราคาโลกที่ตกต่ำต่อเนื่องนำมาซึ่งปัญหาราคาอ้อยตกต่ำ จึงมีการปรับสูตรคำนวณใหม่เป็นแบบคอสท์ พลัส เพื่อให้ระบบอยู่ได้ แม้ว่าน้ำตาลจะไม่ใช่สินค้าควบคุมแล้ว แต่กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดราคาขั้นสูงสุดไว้ไม่ให้เกิน 23 บาทต่อกก. ขณะนี้ราคาขายปลีกของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 21-22 บาทต่อกก. หากจะขึ้นคงได้ไม่เกิน 1 บาทต่อกก. และการปรับขึ้นนั้นต้องดูภาวะเศรษฐกิจไทยด้วย ดังนั้นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาหารือกัน”แหล่งข่าวกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

