สัปดาห์ที่ผ่านมาในแวดวงบันเทิงละครฝรั่ง ซีรีส์ Game Of Thrones ซีรีย์สัญชาติอังกฤษที่ออกฉายทางช่องเอชบีโอ กวาดกระแสในโซเชียลมีเดียในต่างประเทศไม่น้อย พร้อมกับเรตติ้งตอนจบของซีซั่น (ฤดูกาลฉายปีที่ 6) ไปโข ขณะที่ในแง่การเมืองระหว่างประเทศ กรณี Brexit ที่สหราชอาณาจักรโหวตตัวเองออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ก็ยังมีประเด็นกระทบร้อนแรงต่อเนื่อง
ในจังหวะ ทั้ง Game Of Thrones และ Brexit ต่างก็มี “วาระหนึ่ง” ที่กระทบพ่วงถึงกัน
หลังการโหวตออกจากอียูเกิดขึ้น ในกระแสที่ยังไม่มีใครรู้ชะตากรรมว่า อังกฤษจะเป็นอย่างไร อียูจะแตกหรือไม่ แต่ผลพวงนี้ได้กระทบถึงซีรีส์สัญชาติอังกฤษเรื่องนี้ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม โดยเฉพาะ “ทุนสร้าง” ซึ่งมีหลายฉากใช้เทคนิคงานสร้างภาพพิเศษที่ละเอียด และถ่ายกันในหลายสถานที่ในยุโรป
มีความเป็นห่วงต่อ “ทุนสร้าง” และ “งบสนับสนุน” Game Of Thrones ในอีก 2 ซีซั่นที่เหลือก่อนอวสานสมบูรณ์แบบ นั่นคืออีก 2 ปีข้างหน้า ละครชุดเรื่องนี้จะจบลง
ความที่ซีรีส์เรื่องนี้รับรู้กันดีว่าโปรดักชั่นงานสร้างค่อนข้างใหญ่มาก มีการแจ้งว่าทุนสร้างต่อตอนในอนาคตข้างหน้าสูงถึงตอนละ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ
วิเคราะห์ด้วยความห่วงใยว่า เมื่ออังกฤษออกจากอียูเงินทุนที่อียูเคยสนับสนุนช่วยสร้างซีรีส์อาจลดลง แฟนซีรีส์หวั่นกลัวความอลังการ เอพิคของเรื่องจะถูกตัดทอน เพราะที่ผ่านมาแม้จะมีงบอุดหนุน และเป็นซีรีส์ดัง แต่สถานการณ์เศรษฐกิจเองก็ทำให้มีการตัดลดบางฉากลงเช่นกัน
มีการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่า กองทุนพัฒนาภูมิภาคยุโรปที่เคยสนับสนุนค่าใช้จ่ายการถ่ายทำให้บางส่วน กรณีถ่ายทำใช้โลเกชั่นในยุโรป จะมีการปรับรูปแบบและงบอย่างแน่นอน โดยที่ผ่านมา ซีรีส์เรื่องนี้ใช้โลเกชั่นทั้งในสเปน โครเอเชีย มอลต้า และไอร์แลนด์เหนือ
อย่างไรก็ตามผลกระทบที่ห่วงนี้ไม่ได้เกิดกับแค่ซีรีส์ Game of Thrones เพราะยังมีภาพยนตร์และซีรีส์อังกฤษได้รับเงินมากกว่า 32 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วง 7 ปี ที่ผ่านมาผ่านองค์กรเอกชนต่างๆ ในยุโรปที่ให้เงินทุนกับโครงการทางวัฒนธรรมต่างๆ ภาพยนตร์เล็กๆ ที่โด่งดังมีกระแสหลายเรื่องก็ใช้ทุนจากอียูเป็นงบสนับสนุนการสร้างส่วนหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ แวดวงนักแสดงชั้นแนวหน้าของอังกฤษ อาทิ เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์, เคียร่า ไนท์ลีย์ และเฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์ เป็นต้น เรียกร้องให้อังกฤษยังคงอยู่ในอียูต่อไป โดยเหล่านักแสดงได้ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึก ระบุว่า “การออกจากยุโรปจะเป็นการพากันกระโดดไปในที่ที่ไม่รู้จัก และส่งผลสะเทือนต่อผู้คนนับล้านทั่วสหราชอาณาจักรที่ทำงานในอุตสาหกรรมที่ขายความคิดสร้างสรรค์”
อย่างไรก็ตามเมื่อบทสรุปลงเอยที่ “เบร็กซิท” จากนี้ต้องจับตาดูต่อไปว่า ในภาคสายงานศิลปวัฒนธรรมของอังกฤษจะได้รับผลกระทบอย่างที่เป็นห่วงหรือไม่

