นายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยในงานแถลงข่าวทิศทางดำเนินธุรกิจ 2020 และแผนการพัฒนาบริการ 5G ว่า การได้รับจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งอยู่ในกลุ่มย่านความถี่สูง จำนวน 2 ใบอนุญาต รวม 200 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งมีคุณสมบัติด้านการรองรับความจุได้สูงมาก เนื่องจากมีขนาดความกว้างแถบความถี่ (แบนด์วิดท์) ที่กว้าง และมีความหน่วงต่ำ ทำให้ปัจจุบันดีแทคมีคลื่นความถี่สำหรับให้บริการ 5G ครบทั้งย่านความถี่ต่ำ ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 700, 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีคุณสมบัติด้านความครอบคลุมของสัญญาณ ย่านความถี่กลาง ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 1800, 2100 และ 2300 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นย่านความถี่ที่เหมาะสมทั้งเพื่อรองรับความครอบคลุมของสัญญาณ และรองรับความจุของโครงข่าย
นายชารัด กล่าวว่า สำหรับคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ ดีแทคจะนำมาให้บริการ 5G อินเตอร์เน็ตบอร์ดแบนด์ไร้สายประจำที่ ซึ่งจะทำความเร็วได้สูงสุดราว 1กิกะบิต ในพื้นที่ที่กำหนดเปิดให้บริการ โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ขณะเดียวกัน จะขยายโครงข่าย 5G บนคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อการใช้งานครอบคลุมในส่วนภูมิภาคของประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มติดตั้งโครงข่ายได้ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนานวัตกรรมและคอนเทนท์รูปแบบใหม่ โซลูชั่นอินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) สำหรับอุตสาหกรรม และพัฒนารูปแบบใช้งานด้วย
“การได้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการ 5G เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ซึ่งยังมีส่วนประกอบต่างๆ อีกมากที่จะตามมาในไตรมาสต่างๆ ของปีนี้ โดยเป้าหมายของเราคือการไม่หยุดพัฒนาโซลูชั่นในการเชื่อมต่อการใช้งานเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะการใช้งานของลูกค้าในเมือง ในพื้นที่ภูมิภาค เราก็ให้ความสำคัญ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้สังคม” นายชารัด กล่าว
นายชารัด กล่าวว่า นอกจากนี้ ดีแทคยังมีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปี 2563 อาทิ การพัฒนาและปรับปรุงบริการให้ตรงกับความต้องการลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยใช้ machine-learning เข้ามาช่วย ซึ่งที่ผ่านมามียอดเพิ่ม 38% จากการขายผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่ม รวมถึงการปรับปรุงโครงข่าย ปรับองค์กรสู่รูปแบบการทำงานให้ดียิ่งขึ้น โดยในปี 2562 เพิ่มพนักงานที่มีทักษะดิจิทัลอีก 25% ซึ่งตั้งเป้าที่จะเพิ่มพนักงานที่มีทักษะดังกล่าวอีก 50%
“การดำเนินธุรกิจปีนี้ นอกจากดีแทคจะเปิดบริการ 5G แล้ว ยังให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพโครงข่ายในระบบ 4G ที่ให้บริการบนคลื่นความถี่ย่าน 2300 เมกะเฮิรตซ์ โดยจะขยายโครงข่ายเพิ่มเติมเป็น 20,000 สถานีในปลายปี 2563 จากเดิม 17,000 สถานี เพื่อขยายสัญญาณให้ครอบคลุมการใช้งาน และเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งดีขึ้น” นายชารัด กล่าว

