ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ รองประธานหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง หอการค้าไทย เปิดเผยว่า แนวคิดในการให้วันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์เพิ่ม 8-9 วันนั้น เบื้องต้นมองว่าเป็นแนวคิดที่ดี แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นไปตามที่คาดไว้ทั้งหมดได้หรือไม่ โดยปกติแล้วหากมีวันหยุดยาว คนไทยจะนิยมเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ และอีกส่วนก็เที่ยวในประเทศ ซึ่งขณะการไปเที่ยวต่างประเทศ มีข้อจำกัดในเรื่องของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ทำให้ประเทศที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยว อาทิ ญี่ปุ่น มีปัญหาในเรื่องการพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก อาจจะทำให้คนไทยชะลอการไปเที่ยวต่างประเทศลงได้บ้าง
“ในเมื่อต่างประเทศมีข้อจำกัดในการเดินทางไป รัฐบาลก็มีความหวังว่าคนไทยจะเที่ยวในประเทศมากขึ้น จึงมีแนวคิดที่จะประกาศวันหยุดยาวเพิ่มขึ้นมา รวมถึงเคยมีแนวคิดเก่าๆ ที่เสนอให้รัฐบาลประกาศจัดวันหยุดยาวๆ เป็นแพคเกจ แต่ต้องลดทอนกับวันหยุดล่วงหน้าที่จะมาถึงทดแทน เนื่องจากภาคธุรกิจที่หากมีวันหยุดมากๆ ก็จะได้รับความเสียหายกับธุรกิจ รวมถึงลูกจ้างรายวันก็จะได้รับผลกระทบหนัก เพราะได้รับค่าแรงเป็นรายวัน หากไม่ได้ทำงาน วันหยุดเพิ่มมากๆ รายได้ก็จะลดลง” ว่าที่ ร.อ.จิตร์
ว่าที่ ร.อ.จิตร์กล่าวว่า การออกมากำหนดวันหยุดยาวๆ แบบนี้ ในส่วนของภาคเอกชนน่าจะทำได้ยาก แต่ในส่วนของราชการก็น่าจะทำได้ แต่ในส่วนของผลดีและผลเสียยังไม่มีใครคาดการณ์ได้อย่างชัดเจน แต่จากบทวิเคราะห์ของกสิกรไทย ได้คาดการณ์ไว้ว่า หากภาคธุรกิจมีวันหยุด 1 วัน จะทำให้ธุรกิจเสียหายหลายหมื่นล้าน ทั้งที่เป็นการประเมินในภาพรวมหลวมๆ ไม่ได้ชัดเจนมากนัก แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็อยู่ในปริมาณที่สูงมาก รวมถึงในต่างประเทศก็มีการประเมินผลกระทบไว้ อาทิ ยุโรป ที่เคยให้ข้อมูลไว้ว่า หากหยุด 1 วันจะทำให้เกิดความเสียหาย เป็นมูลค่ากว่า 2,000 ล้านยูโร
ว่าที่ ร.อ.จิตร์กล่าวว่า การเพิ่มวันหยุดยาว จะเป็นข้อดีหรือข้อเสีย ภาครัฐก็ต้องชั่งน้ำหนักเอาเอง เพราะคงไม่สามารถทำในด้านใดด้านหนึ่ง แล้วได้ผลดีครบ 100% แน่นอน จึงต้องชั่งว่าส่วนที่ได้มากที่สุดคืออะไร โดยต้องบอกว่าเห็นใจรัฐบาล เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนัก นักท่องเที่ยวจีนที่หวังพึ่งพา หายไปเกือบทั้งหมดในไตรมาส 1 ปี 2563 ซึ่งหากเพิ่มวันหยุดยาว เพื่อช่วยผู้ประกอบการในภาคการท่องเที่ยว แล้วฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ไว้จริง ก็จะได้ประโยชน์ในเชิงบวก แต่ต้องไม่ลืมว่าที่จะคิดถึงผู้ประกอบการในส่วนอื่นๆ ด้วย ที่จะต้องเสียผลประโยชน์ หรือได้รับความเสียหาย
ว่าที่ ร.อ.จิตร์กล่าวว่า แม้การควบคุมโรคระบาดจะทำได้ภายในไตรมาส 1 นี้ แต่ไตรมาส 2 ในช่วงเดือนเมษายน 2563 ซึ่งเป็นช่วงเวลาในการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทย แต่คนก็อาจยังมีความวิตกกังวลเหลืออยู่ ทำให้การกระตุ้นไทยเที่ยวไทยในช่วงนี้ ก็ยังไม่แน่นอนว่าจะได้ผลดีมากน้อยเพียงใด แต่ก็หากสามารถควบคุมได้เร็วๆ ก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะภาคการท่องเที่ยวก็จะฟื้นตัวดีขึ้นเร็วตามไปด้วย แต่หากยังหาจุดสูงสุดที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดไม่เจอ การฟื้นตัวก็จะช้าไปตาม
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่


