สสว.คาดเอสเอ็มอีอ่วมโดนพิษโคโรนา เหตุรายได้จากท่องเที่ยวคิดเป็น58%ของระบบ ซ้ำกดจีดีพีไตรมาสแรกต่ำกว่า 2.5% เล็งทบทวนทั้งปีจากเป้าหมาย 3.0-3.5% เตรียมมาตรการช่วยเหลือ-รุกตลาดใหม่ ปลื้มส่งออกเอสเอ็มอีปี62 โต 3.6%
น.ส.วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ของเอสเอ็มอี ปี 2563 คาดว่า ในช่วงไตรมาสแรก(มกราคม-มีนาคม) การส่งออกสินค้าบริการหรือการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 และการดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของรัฐบาลจีน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยลดลง กระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอีไทย โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว กลุ่มธุรกิจโรงแรม และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร การขนส่ง ศิลปะนันทนาการ ของขวัญของชำร่วย
“รายได้ของธุรกิจในภาคการท่องเที่ยวทั้งประเทศเกิดจากเอสเอ็มอี คิดเป็นสัดส่วน 58% จึงอาจจะส่งผลกระทบต่อประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ(จีดีพี)ของเอสเอ็มอี ในไตรมาสแรกของปีนี้จะขยายตัวต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์คือ 2.5% เล็กน้อย”น.ส.วิมลกานต์กล่าว
น.ส.วิมลกานต์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามปีนี้เริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายลงของสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ขณะที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงจากการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เหลือ 1% ต่อปี ซึ่งจะส่งผลดีต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและผลักดันการส่งออกให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยสสว.เตรียมดำเนินโครงการสนับสนุนเอสเอ็มอีในการขยายช่องทางการส่งออกไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ อาทิ ประเทศแถบเอเชียใต้ กลุ่มตะวันออกกลาง กลุ่มแอฟริกา และกลุ่มยุโรปตะวันออก
น.ส.วิมลกานต์ กล่าวว่า นอกจากนี้จะดำเนินมาตรการสำคัญในการส่งเสริมเอสเอ็มอี ทั้งการสนับสนุนเอสเอ็มอีรายย่อยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน การพัฒนาความรู้ ทักษะและการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการ ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน เป็นที่ต้องการของตลาด สนับสนุนช่องทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหาทางธุรกิจให้กลับมาดำเนินกิจการต่อได้ เชื่อว่าการดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยให้การส่งออกและสถานการณ์เอสเอ็มอีโดยภาพรวมมีทิศทางการขยายตัวเป็นบวก
น.ส.วิมลกานต์ กล่าวว่า สำหรับตัวเลขการส่งอออกของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ในรอบปี 2562 ว่า มีมูลค่ารวม 75,477.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.6% และมีสัดส่วนการส่งออกต่อการส่งออกรวมของประเทศ คิดเป็น 30.6% ปัจจัยบวกมาจากตลาดส่งออกสำคัญส่วนใหญ่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น จีน สหรัฐอเมริกา ขยายตัว 11.4% และ 10.1% การส่งออกสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางเพื่อทดแทนสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ขยายตัว อาทิ เม็ดพลาสติก ทองแดงบริสุทธิ์ ยางนอกรถยนต์และยานพาหนะอื่น อุปกรณ์โซลาร์ เซลล์ เครื่องคำนวณและประมวลผล ท่อและข้อต่อ ตะปู หมุดที่ทำด้วยเหล็ก รวมทั้ง ฟูก ที่นอน และเฟอร์นิเจอร์อื่น ขณะที่ตลาดในกลุ่มสหภาพยุโรปขยายตัวเช่นกัน อยู่ที่ 2.8% ส่วนตลาดในกลุ่มอาเซียนและญี่ปุ่น การส่งออกหดตัวลงอยู่ที่ 5.9% และ 1.6%
รายงานข่าวจากสสว.แจ้งว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจในปี 2563 ที่มีปัจจัยลบต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้กระทบการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้มากถึง 58% ของรายได้รวมเอสเอ็มอี คาดว่าจีดีพีไตรมาสแรกจะไม่ถึง 2.5% ตามที่คาดการณ์ ดังนั้นสสว.จึงเตรียมปรับประมาณการตัวเลขจีดีพีเอสเอ็มอีปีนี้ลง จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 3.0-3.5% สอดคล้องกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ที่เพิ่งปรับคาดการณ์จีดีพีรวมทั้งประเทศ เหลือ 1.5-2.5% จากเดิม 2.7-3.7%

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

