หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.ชี้เอฟทีเอ...

พณ.ชี้เอฟทีเอช่วยส่งออกไทยสู้วิกฤตศก.โลก ปี62มูลค่าแตะ3แสนล้านเหรียญ

19.02.20 | 14:38 น.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจโลกปี2562 จะเผชิญความท้าทายและชะลอตัว รวมถึงหลายประเทศเริ่มนำมาตรการกีดกันทางการค้ามาใช้มากขึ้น แต่จากการติดตามสถิติการค้าระหว่างประเทศของไทยในช่วงที่ผ่านมา พบว่า การจัดทำความตกลงการค้าเสรี(เอฟทีเอ) ช่วยลดอุปสรรคทางการค้า ทำให้การส่งออกสินค้าที่มีศักยภาพของไทยสามารถขยายตัวได้ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจโลก โดยปี2562 เอฟทีเอที่ไทยมีทั้ง 13 ฉบับ ทำให้การค้าของไทยกับ 18 ประเทศคู่เอฟทีเอ ได้แก่ อาเซียน 9 ประเทศ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ชิลี และฮ่องกง มีมูลค่ารวมถึง 303,362 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณกว่า 2 ใน 3 หรือ 63% ของมูลค่าการค้าไทยกับโลก

นางอรมน กล่าวว่า สินค้าที่ไทยไม่ถูกเก็บภาษีศุลกากรในประเทศผู้นำเข้าแล้ว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ ไม่ถูกเก็บภาษีใน 18 ประเทศคู่เอฟทีเอ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ไม่ถูกเก็บภาษีใน 17 ประเทศ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ไม่ถูกเก็บภาษีใน 15 ประเทศ เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และผลิตภัณฑ์ยาง ไม่ถูกเก็บภาษีใน 14 ประเทศ สินค้าไก่ ไม่ถูกเก็บภาษีใน 12 ประเทศ สินค้าผลไม้ไม่ถูกเก็บภาษีใน 6 ประเทศ ขณะเดียวกันแม้บางประเทศยังเก็บภาษีศุลกากรกับไทยแต่ก็ได้ลดอัตราภาษีลง

นางอรมน กล่าวว่าสถิติปี2562 พบว่า การส่งออกสินค้าของไทยขยายตัวได้ดีในเกือบทุกตลาดที่ไทยมีเอฟทีเอด้วยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยสินค้าเกษตรขยายตัว เช่น ผลไม้ ส่งออกมูลค่า 3,648 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 33 % ซึ่งตลาดส่งออกหลัก คือ จีนและอาเซียน ไก่สด ส่งออกมูลค่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 15% ซึ่งตลาดส่งออกหลัก คือ ญี่ปุ่นและอาเซียน ไก่แปรรูป ส่งออกมูลค่า 2,594 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 7% ซึ่งตลาดส่งออกหลัก คือ ญี่ปุ่นสหภาพยุโรป และเกาหลีใต้ สินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ ส่งออกมูลค่า 15,691 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 31% ซึ่งตลาดส่งออกหลัก คือ สวิตเซอร์แลนด์ อาเซียน และฮ่องกง เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ส่งออก 3,406 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 11% :ตลาดส่งออกหลัก คือ อาเซียน ญี่ปุ่น จีน และออสเตรเลีย เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ส่งออกมูลค่า 5,515 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 3% ตลาดส่งออกหลัก คือ อาเซียน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดีย

นางอรมน กล่าวว่า การค้าระหว่างไทยกับประเทศคู่เอฟทีเอเพิ่มขึ้นอย่างมาก นับตั้งแต่ความตกลงเอฟทีเอฉบับแรกของไทย(เอฟทีเอกับอาเซียน)มีผลใช้บังคับในปี 2535 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าไทยกับประเทศที่มีเอฟทีเอ ขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากเดิมไทยเคยส่งออกได้ 13,348 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็น 153,023 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2562 หรือขยายตัวสูงถึง 1,046% โดยเอฟทีเอที่ขยายตัวสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อาเซียน ขยายตัว 1,301% เทียบกับปี 2535 อินเดียขยายตัว 1,048% เทียบกับปี 2535 และนิวซีแลนด์ ขยายตัว368% เทียบกับปี 2535 ทั้งนี้ เอฟทีเอถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการควรพิจารณาก่อนเลือกตลาดส่งออก ซึ่งผู้สนใจตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ www.dtn.go.th หรือ [http://ftacenter.dtn.go.th%20และ]http://ftacenter.dtn.go.th และ http://tax.dtn.go.th/