แหล่งข่าวจากกรมธนารักษ์เปิดเผยว่า หลังจากหมดเขตยื่นซองเสนอโครงการพัฒนาบ้านธนารักษ์ประชารัฐเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พบว่า มีเอกชนบริษัทอสังหาริมทรัพย์ 6 ราย ยื่นซองเข้ามา จากซื้อซองไป 17 ราย พบว่าพื้นที่เอกชนให้ความสนใจมากที่สุดคือ จังหวัดเชียงใหม่ และ กทม. ส่วนที่จังหวัดเชียงรายไม่มีเอกชนรายใดเสนอซองเข้ามา ทั้งนี้โครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ รอบแรกมีพื้นที่เป้าหมาย 6 แปลง ใน 4 จังหวัด คือ กทม. เชียงใหม่ เชียงราย และเพชรบุรี ซึ่งในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้จะเปิดซอง หลังจากนั้นกรมจะพิจารณาถึงข้อเสนอที่เอกชนยื่นมา อาทิ รูปแบบโครงการ การลงทุน โดยคาดว่าภายในเดือนกรกฎาคมจะประกาศรายชื่อเอกชนที่มีสิทธิเข้าไปพัฒนาโครงการในแต่ละพื้นที่
“เอกชนมายื่นซองเสนอโครงการ 6 ราย ถือว่ามากพอสมควร แม้จะซื้อซองไปทั้งหมด 17 รายก็ตาม พบว่ารายใหญ่ อาทิ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ไม่ได้ยื่นซองมาในครั้งนี้ อาจเป็นเพราะสต๊อกเก่าของทั้ง 2 บริษัทยังเหลือมาก” แหล่งข่าวกล่าว
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ข้าราชการและประชาชนที่สนใจจะบ้านประชารัฐธนารักษ์ สามารถไปจองสิทธิได้แล้ว ที่ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ตั้งแต่วันนี้ โดยในส่วนพื้นที่ กทม.จะเป็นรูปแบบคอนโดมิเนียมสำหรับข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ เช่าระยะสั้นไม่เกิน 5 ปี ค่าเช่าเดือนละไม่เกิน 4 พันบาท กำหนดรายได้ผู้เช่าไม่เกิน 2 หมื่นบาท/เดือน ส่วนที่เชียงใหม่สร้างได้ทั้งบ้านแถวและคอนโดมิเนียม สามารถให้เช่าระยะยาว 30 ปี แต่เนื่องจากติดผังเมืองสีน้ำเงินต้องให้สิทธิข้าราชการเท่านั้น สำหรับในส่วนพื้นที่เพชรบุรี เชียงรายนั้น ให้สิทธิ์ได้ทั้งประชาชนและข้าราชการ โดยสามารถทำเป็นคนโด บ้านแถว หรือบ้านเดี่ยว กำหนดราคาต่อหน่วย ไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยมีข้อแม้คือต้องเป็นบ้านหลังแรก มีสิทธิเช่า 30 ปี กำหนดห้ามเปลี่ยนมือในระยะ 5 ปีแรกของการถือครอง
นายจักรกฤศฏิ์กล่าวว่า นอกจากนี้กรมเตรียมที่ราชพัสดุเพิ่มเติมอีก 4 แปลง พื้นที่กว่า 56 ไร่ เพื่อดำเนินโครงการบ้านประชารัฐธนารักษ์ ระยะที่ 2 ประกอบด้วย บริเวณช่องนนทรี กทม.พื้นที่กว่า 2 ไร่ จังหวัดปทุมธานี อำเภอลำลูกกา 7 ไร่ จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอเมือง 44 ไร่ จังหวัดสุราฎร์ธานี อำเภอพุนพิน 3 ไร่ โดยภายใน 1-2 เดือนนี้กรมจะเข้าไปดูรายละเอียดของพื้นที่ อาทิ ติดผังเมืองหรือไม่ พื้นที่เป็นอย่างไร เหมาะกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยรูปแบบไหน หลังจากนั้นจะเปิดให้เอกชนเข้าไปดูพื้นที่และเสนอแนวทางการพัฒนา ในลักษณะเดียวกับการพัฒนาระยะแรก

