หน้าแรก เศรษฐกิจ ราช กรุ๊ป จัด...

ราช กรุ๊ป จัดสรรงบ 20,000 ล้านบาทเร่งเครื่องลงทุนเพิ่มปีนี้

20.02.20 | 06:02 น.

ราช กรุ๊ป แถลงกำไร 5,963 ล้านบาทปี 2562 จัดสรรงบ 20,000 ล้านบาทเร่งเครื่องลงทุนเพิ่มปีนี้

นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานปี 2562 ว่า บริษัทฯ รับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น ซึ่งได้เข้าซื้อกิจการเมื่อปลายปี 2562 โครงการโรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น ซึ่งเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อเดือนมิถุนายนปี 2562 รวมทั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำอาซาฮาน-1 ในอินโดนีเซียที่ได้ลงทุนเมื่อปลายปี 2561 และโครงการพลังงานลมเมาท์เอเมอรัล ที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อปลายปีเดียวกัน บวกกับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและการจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในปี 2562 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6.7% เป็นจำนวน 5,963.28 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 4.11 บาท

นายกิจจา กล่าวว่า ปี 2563 บริษัทฯจัดสรรเงินลงทุนไว้ 20,000 ล้านบาท เพื่อมุ่งเน้นลงทุนแบบซื้อกิจการที่ดำเนินงานแล้วและโครงการประเภทถูกทิ้งร้างมากขึ้น เพื่อรับรู้ผลตอบแทนและเพิ่มมูลค่ากิจการได้เร็วขึ้น ช่วยทดแทนรายได้จากโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ที่จะปลดจากระบบในปีนี้ด้วย รวมทั้งสานต่อโครงการที่ลงทุนไว้แล้วและการซื้อกิจการเพิ่มในปีนี้ นอกจากนี้คาดว่าจะสามารถสรุปการเจรจาเพื่อลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศและต่างประเทศได้ประมาณ 5 โครงการ ส่วนการร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – นครราชสีมา (เอ็ม6) และสายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (เอ็ม81)ระยะเวลา 30 ปี บริษัทฯ เข้าร่วมประมูลในนามกิจการร่วมค้าบีจีเอสอาร์ คาดว่าจะสามารถสรุปผลได้ในกลางปีนี้ ตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้น 8,715.07 เมกะวัตต์

นอกจากนี้จะเร่งเดินหน้า โครงการในประเทศ ได้แก่ โครงการส่วนขยายของโรงไฟฟ้าราช โคเจนเนอเรชั่น โครงการโรงไฟฟ้าประเภทเอสพีพี และโครงการโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟใช้เอง(ไอพีเอส) ส่วนต่างประเทศ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำและพลังงานทดแทน โดยประเทศเป้าหมายหลัก ได้แก่ เวียดนาม สปป.ลาว อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย ส่วนโครงการระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานจะเน้นการลงทุนในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะโครงการร่วมลงทุนภาครัฐและเอกชน(พีพีพี)ของภาครัฐ และธุรกิจ นิว-เอสเคิร์ฟ ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีๆใหม่ รวมทั้งอินเตอร์เน็ต ออฟธิงส์ในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและระบบส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ

นายกิจจา กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 2 /2563 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ มีมติจ่ายเงินปันผลปี 2562 หุ้นละ 2.40 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 3,480 ล้านบาท โดยจะนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ในวันที่ 9 เมษายน 2563

Advertisement

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน