นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า จากการจัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 700, 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ผ่านมา ทำให้เอไอเอสมีคลื่นความถี่เพื่อรองรับ 5G รวม 1330 เมกะเฮิรตซ์ ครบทั้งย่านความถี่ต่ำ กลาง และสูง ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 30 เมกะเฮิรตซ์, คลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 100 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 1200 เมกะเฮิรตซ์ และเมื่อรวมกับคลื่นความถี่เดิม ทำให้เอไอเอสมีคลื่นความเพื่อให้บริการทั้งระบบ 4G และ 5G รวม 1420 เมกะเฮิรตซ์ (ไม่รวมความร่วมมือกับพันธมิตร) ซึ่งมากที่สุดในอุตสาหกรรม และยังเทียบเท่ามาตรฐานของผู้ให้บริการระดับโลก หรือ World’s Best-In-Class ที่ต่างเตรียมปริมาณแบนด์วิธอย่างน้อย 100 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศ รวมถึงคุณภาพการให้บริการในภาพรวม

นายปรัธนา กล่าวว่า 5G จะช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่ผ่านมาจึงร่วมกับพันธมิตรในการทดลอง ทดสอบในภาคอุตสาหกรรม อาทิ ภาคการผลิต, ภาคขนส่ง, ภาคคมนาคม, ภาคสาธารณสุข และภาคการศึกษาจนมีความรู้และประสบการณ์ที่สามารถจะนำมาสร้างสรรค์รูปแบบบริการได้อย่างตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพ ดังนั้นวันนี้ จึงพร้อมนำ 5G เข้าไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งร่วมเป็นพันธมิตรกับองค์กรชั้นนำในพื้นที่อยู่แล้ว ด้านผู้บริโภค ก็ได้ร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำระดับโลกทุกราย เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้เทคโนโลยี 5G
“เอไอเอสเริ่มทดลองทดสอบ 5G บนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ อาทิ สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์, แยกอโศก รวมถึงภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่า ลูกค้าจะได้รับบริการ 5G ก่อนเปิดให้บริการจริงเร็วๆ นี้ อีกทั้ง เริ่มเชิญลูกค้ากลุ่มแรกให้มาร่วมทดลองทดสอบ พร้อมเตรียมพื้นที่ในทดลอง เพื่อให้ลูกค้าได้ลองสัมผัสกับเครือข่ายและอุปกรณ์ดีไวซ์ ที่ AIS Flagship Store เซ็นทรัลเวิลด์ และ สยามพารากอน ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป” นายปรัธนา กล่าว

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า นอกจากเอไอเอสจะมีจำนวนคลื่นความถี่ในแต่ละย่านมากที่สุดแล้ว ยังเป็นรายเดียวในอุตสาหกรรมที่มีปริมาณแบนด์วิธภาพรวม ตามมาตรฐานของผู้ให้บริการระดับโลกที่ต่างมีแบนด์วิธในปริมาณอย่างน้อย 100 เมกะเฮิรตซ์ขึ้นไป ซึ่งจะส่งผลให้มีขีดความสามารถในการสร้างสรรค์ ออกแบบโซลูชัน, ปรับเปลี่ยน เพื่อตอบโจทย์แต่ละอุตสาหกรรม เพราะในภาพรวมเครือข่ายเอไอเอส มีความเร็วสปีดถึง 24 เท่าและมีขีดความสามารถในการรองรับการใช้งาน ที่มากถึง 30 เท่า และมีความหน่วงต่ำกว่าเดิมถึง 10 เท่า
“ยืนยันว่าด้วยความพร้อมของบริษัท รวมถึงขีดความสามารถของบุคลากร ตลอดจนการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ในทุกอุตสาหกรรมจะทำให้เอไอเอสให้บริการ 5G ที่มีคุณภาพ” นายวสิษฐ์ กล่าว



เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

