‘เอไอเอส’​ รุกหนัก ประกาศแผนยุทธศาสตร์ หลังชนะประมูลคลื่น 5G

19.02.20 | 16:29 น.

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า จากการจัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 700, 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์ เมื่อวัน​ที่ 16 กุมภาพันธ์​ผ่านมา ทำให้เอไอเอสมีคลื่นความถี่​เพื่อรองรับ 5G รวม 1330 เมกะเฮิรตซ์​ ครบทั้งย่านความถี่ต่ำ กลาง และสูง ได้แก่ คลื่น​ความถี่​ย่าน 700 เม​กะ​เฮิรตซ์​ จำนวน 30 เมกะเฮิรตซ์, คลื่นความถี่​ย่าน 2600 เม​กะ​เฮิรตซ์​ จำนวน 100 เมกะเฮิรตซ์​ และคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะ​เฮิรตซ์​ จำนวน 1200 เมกะเฮิรตซ์​ และเมื่อรวมกับคลื่นความถี่เดิม ทำให้เอไอเอสมีคลื่นความเพื่อให้บริการทั้งระบบ 4G และ 5G​ รวม 1420 เมกะเฮิรตซ์​ (ไม่รวมความร่วมมือกับพันธมิตร​) ซึ่งมากที่สุดในอุตสาหกรรม และยังเทียบเท่ามาตรฐานของผู้ให้บริการระดับโลก หรือ World’s Best-In-Class ที่ต่างเตรียมปริมาณแบนด์วิธอย่างน้อย 100 เมกะเฮิรตซ์​ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศ รวมถึงคุณภาพการให้บริการในภาพรวม

นายปรัธนา กล่าวว่า 5G จะช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่ผ่านมาจึงร่วมกับพันธมิตร​ในการทดลอง ทดสอบในภาคอุตสาหกรรม อาทิ ภาคการผลิต, ภาคขนส่ง, ภาคคมนาคม, ภาคสาธารณสุข และภาคการศึกษาจนมีความรู้และประสบการณ์ที่สามารถจะนำมาสร้างสรรค์รูปแบบบริการได้อย่างตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพ ดังนั้นวันนี้ จึงพร้อมนำ 5G เข้าไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนา​พิเศษ​ภาค​ตะวันออก​ (อีอีซี)​ ซึ่งร่วมเป็นพันธมิตรกับองค์กรชั้นนำในพื้นที่อยู่แล้ว ด้านผู้บริโภค ก็ได้ร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำระดับโลกทุกราย เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้เทคโนโลยี 5G​

“เอไอเอสเริ่มทดลองทดสอบ 5G บนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์​ อาทิ สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์, แยกอโศก รวมถึงภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่า ลูกค้าจะได้รับบริการ 5G ก่อนเปิดให้บริการจริงเร็วๆ นี้ อีกทั้ง เริ่มเชิญลูกค้ากลุ่มแรกให้มาร่วมทดลองทดสอบ พร้อมเตรียมพื้นที่ในทดลอง เพื่อให้ลูกค้าได้ลองสัมผัสกับเครือข่ายและอุปกรณ์ดีไวซ์ ที่ AIS Flagship Store เซ็นทรัลเวิลด์ และ สยามพารากอน ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป” นายปรัธนา กล่าว

Advertisement

นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส กล่าวว่า นอกจากเอไอเอสจะมีจำนวนคลื่นความถี่ในแต่ละย่านมากที่สุดแล้ว ยังเป็นรายเดียวในอุตสาหกรรมที่มีปริมาณแบนด์วิธภาพรวม ตามมาตรฐานของผู้ให้บริการระดับโลกที่ต่างมีแบนด์วิธในปริมาณอย่างน้อย 100 เมกะเฮิรตซ์​ขึ้นไป ซึ่ง​จะส่งผลให้มีขีดความสามารถในการสร้างสรรค์ ออกแบบโซลูชัน​, ปรับเปลี่ยน เพื่อตอบโจทย์แต่ละอุตสาหกรรม เพราะในภาพรวมเครือข่ายเอไอเอส มีความเร็วสปีดถึง 24 เท่าและมีขีดความสามารถในการรองรับการใช้งาน ที่มากถึง 30 เท่า และมีความหน่วงต่ำกว่าเดิมถึง 10 เท่า

“ยืนยันว่าด้วยความพร้อมของบริษัท รวมถึงขีดความสามารถของบุคลากร ตลอดจนการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ในทุกอุตสาหกรรมจะทำให้เอไอเอสให้บริการ 5G ที่มีคุณภาพ” นายวสิษฐ์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน