นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจสุขภาพความงามให้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยมุ่งเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ พร้อมมุ่งผลักดันให้เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ พร้อมสร้างตลาดใหม่ๆได้ในหลายประเทศ จึงจัดสัมมนา “Empowering World Class Health & Beauty Product” เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงการค้าระหว่างประเทศ พร้อมทั้งจับทิศทางธุรกิจปี 2020 กลยุทธ์ทางการตลาด การทำตลาดออนไลน์ในยุค Digital Disruption และการนำเอา Big Data Analytic และ Design Thinking มาช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจในผู้บริโภคได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมุ่งแก้ไข Painpoint ของธุรกิจดังกล่าวให้มีความทัดเทียมกับประเทศชั้นนำ เพื่อสร้างแบรนด์สินค้าไทยให้เป็นแบรนด์ที่รู้จักและเป็นที่ต้องการในตลาดโลก
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า สำหรับโครงการ “Empowering World Class Health & Beauty Product” เป็นสัมมนาเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาสนใจสุขภาพและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น เนื่องจากสินค้าไทยมีจุดขายตรงวัตถุดิบและส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติ สมุนไพร และมีงานวิจัยรองรับที่เป็นตัวยืนยัน ประกอบกับปัจจุบันช่องทางการตลาดออนไลน์สามารถช่วยลดต้นทุนการตลาด สื่อสารข้อมูลข่าวสารถึงลูกค้าและผู้บริโภคได้โดยตรงและจำนวนมาก และระบบขนส่ง Logistic ที่มีความทันสมัยเชื่อมโยงทั้งในไทยและต่างประเทศ ทำให้เข้าถึงตลาดทั่วโลก ไฮไลท์ในงานคือเทคนิคในการส่งออกสินค้าไปสู่ตลาดจีน ที่มีเศรษฐกิจเติบโตรวดเร็ว ประชาชนมีรายได้เพิ่มและใส่ใจสุขภาพและความงาม ทำให้ตลาดเครื่องสำอางในประเทศจีนโตเร็ว ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยต้องศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนก่อนเข้าไปทำตลาด เพราะยังมีเรื่องระเบียบที่ต้องศึกษาด้วย
” ธุรกิจด้านสุขภาพความงาม เป็นธุรกิจดาวรุ่งของประเทศไทย ขยายตัวเฉลี่ย 10% ต่อปี โดยปี 2019 มีมูลค่าถึง 2.8 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 60% หรือประมาณ 1.68 แสนล้านบาท และตลาดส่งออก 40% หรือกว่า 1.12 แสนล้านบาท จากผู้ประกอบการกว่า 1,800 ราย ไม่นับรวมถึงธุรกิจอาหารเสริมมีมูลค่ากว่า 6.67 แสนล้านบาท ขณะที่ภาพรวมตลาดโลก มูลค่าของตลาดสินค้าความงาม 9.3 ล้านล้านบาท โดยไทยครองอันดับ 17 ด้านผลิตและส่งออก “นายนันทพงษ์ กล่าว

