นายสุภกิจ วรรธนะดิษฐ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มพาณิชย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่เพื่อรองรับ 5G ที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบันทรูมีคลื่นความถี่เพื่อให้บริการครบทุกกลุ่ม รวม 1020 เมกะเฮิรตซ์ แบ่งเป็น ย่านความถี่ต่ำรวม 70 เมกะเฮิรตซ์ ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 20 เมกะเฮิรตซ์, คลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 30 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 20 เมกะเฮิรตซ์ ขณะที่ ย่านความถี่กลาง รวม 150 เมกะเฮิรตซ์ ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 30 เมกะเฮิรตซ์, คลื่นความถี่ย่าน 2100 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 30 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 90 เมกะเฮิรตซ์ และย่านความถี่สูง คือ คลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 800 เมกะเฮิรตซ์
นายสุภกิจ กล่าวว่า สำหรับคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์ เป็นคลื่นความถี่ที่ดีที่สุดให้การบริการ 5G ซึ่งทรูสามารถประมูลได้ตามแผน เพื่อมาใช้ร่วมกับคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งจะพร้อมใช้งานได้ในเดือนตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตาม คลื่นความถี่ที่ทั่วโลกนิยมใช้เพื่อรองรับ 5G ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งปัจจุบันไชน่าโมบายล์ พันธมิตรผู้ถือหุ้นของทรู มีฐานลูกค้ารวม 925 ล้านราย ซึ่งมากที่สุดในโลก เปิดให้บริการ 5G บนคลื่นความถี่ย่านดังกล่าว และมีการผลิตอุปกรณ์ขึ้นมารองรับ และคลื่นความถี่ย่าน 3500 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งในภูมิภาคยุโรปใช้เป็นคลื่นความถี่หลักในการรองรับ 5G แต่ในประเทศไทยติดให้บริการในกิจการดาวเทียม ซึ่งหากในอนาคตจะนำออกมาประมูลทรูก็มีความสนใจ

“ทรูพร้อมเปิดให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งาน 5G จริงบนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นย่านความถี่เดียวกับที่ชนะการประมูล โดยได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อใช้ในการทดลองทดสอบ ณ ทรูช้อป และทรูสเฟียร์ 11 สาขา ได้แก่ สยามสแควร์ซอย 2, ซอย 3, พารากอน, ดิจิทัลเกตเวย์, เซ็นทรัลเวิลด์,ไอคอนสยามและเอ็มควอเทียร์ รวมทั้ง สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 4 สถานี ได้แก่ วัดมังกร, สามยอด, สนามไชย และอิสรภาพ” นายสุภกิจ กล่าว
นายโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์
อเล็กซ์ เรนเดลล์ นักแสดงหนุ่มหัวใจอนุรักษ์สิ่

ทั้งนี้ รายงานข่าวจากสำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่า บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 1 ใบอนุญาต รวม 5 เมกะเฮิรตซ์, คลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 10 ใบอนุญาต รวม 100 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 12 ใบอนุญาต รวม 1200 เมกะเฮิรตซ์ แจ้งความประสงค์เพื่อขอเข้ารับใบอนุญาตในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งเบื้องต้นคาดว่า จะเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) รายแรกในอุตสาหกรรมที่เปิดให้บริการ 5G โดยจะสามารถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า
สำหรับคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ เอดับบลิวเอ็นต้องชำระเงินค่าใบอนุญาตงวดแรกจำนวน 1,715.4 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หรือคิดเป็น 10% ของราคาค่าใบอนุญาต 17,154 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) พร้อมหนังสือค้ำประกัน (แบงก์การันตี) จากธนาคารเพื่อค้ำประกันการชำระเงินค่าใบอนุญาตในส่วนที่เหลือ ส่วนคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์ ต้องชำระเงินค่าใบอนุญาตงวดแรกจำนวน 1,956.1 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หรือคิดเป็น 10% ของราคาค่าใบอนุญาต 19,561 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) พร้อมแบงก์การันตีจากธนาคารเพื่อค้ำประกันการชำระเงินค่าใบอนุญาตในส่วนที่เหลือ และคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ ค่าใบอนุญาต 5,345 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) กำหนดชำระเงินค่าใบอนุญาตเต็มจำนวนภายใน 1 ปีหลังการประมูล
พร้อมกันนี้ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (ดีทีเอ็น) ในเครือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 26 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 200 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งต้องชำระเงินค่าใบอนุญาตเต็มจำนวน 910 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ได้แจ้งความประสงค์เพื่อขอเข้ารับใบอนุญาตในวันดังกล่าวเช่นกัน ขณะที่ โอเปอเรเตอร์ 3 ราย ได้แก่ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทียูซี) ในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ยังไม่แจ้งความประสงค์ในการขอเข้ารับใบอนุญาตแต่อย่างใด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

