นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานและแสดงวิสัยทัศน์ “การพัฒนาอย่างยั่งยืนและวิสัยทัศน์ของประเทศไทยภายใต้ประชารัฐ” ในการประชุมระดมความคิดเห็น “ความร่วมมือผลักดันสู่เป้าหมาย”เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในการจัดการปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงและยุติความยากจน จัดโดยกลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า การพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยืนต้องดูแลภาคสังคม ดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น และผู้มีรายได้น้อย ล่าสุดได้หารือกับกระทรวงการคลังในการหามาตรการช่วยเหลือคนชรา ให้มีงานทำหลังเกษียณ โดยรัฐบาลจะมีมาตรการทางภาษีให้กับผู้ประกอบการเพื่อเป็นแรงจูงใจ เพราะการช่วยเหลือคนชรา จะทำให้มีรายได้เพิ่มเติม ไม่ใช่แค่รอรับเงินเบี้ยคนชรา 500 บาทต่อเดือน การจ้างงานจะทำให้เกิดสังคม ทำให้เกิดความสุขในการดำรงชีวิต นอกจากนี้จะพิจารณาถึงการต่ออายุราชการหลังเกษียณ ส่วนมาตรการที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ คือ การทำบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุ
“นอกจากการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ไทยต้องให้ความสำคัญกับภาคสังคมด้วย ต้องนำความคิด แนวทางปฏิบัติที่ดีของประเทศตะวันตกมาใช้ อาทิ ความซื่อสัตย์ แต่ไม่ควรนำสิ่งที่ล้มเหลว อย่างการไม่ดูแลพ่อแม่ ลูก มาใช้ นอกจากนี้ต้องทำให้เด็กไทยดูแลสิ่งแวดล้อม ต้องสร้างจิตสำนึก เพราะดูแลสังคม สิ่งแวดล้อม รัฐทำฝ่ายเดียวไม่ได้ และเอกชนต้องร่วมด้วย เป็นความร่วมมือ 3 ฝ่ายภายใต้ประชารัฐ” นายสมคิดกล่าว

