หน้าแรก เศรษฐกิจ สมาคมอาหารทะเ...

สมาคมอาหารทะเลเฮ! ไทยขึ้นเทียร์ 2 หนุนส่งออกกลับมาบูม

4.07.16 | 15:50 น.

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เปิดเผยว่า กรณีสหรัฐฯออกรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2559 (TIP Report 2016) ปรับไทยจากเทียร์ 3 เป็นเทียร์ 2 นั้น ภาคเอกชนมองว่าไทยถูกปรับอันดับให้ดีขึ้นจะส่งผลดีต่อประเทศ 3 ด้าน คือ 1. ภาพลักษณ์และภาพพจน์ต่อปัญหาการค้ามนุษย์ของไทยในสายตาต่างชาติดีขึ้น 2.การส่งออกไปตลาดสหรัฐฯและชาติตะวันตกมีทิศทางดีขึ้น เพราะผู้จัดจำหน่ายและผู้บริโภคชาติตะวันตก ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญต่อเรื่องสิทธิมนุษย์และรับรู้ว่าสินค้าประมงและอาหารของไทยให้ความสำคัญเรื่องการค้ามนุษย์ 3.แสดงให้ต่างชาติเห็นว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญและจริงจังในการเร่งแก้ไขปัญหาเป็นสากล น่าจะส่งผลดีต่อเนื่องการพิจารณาใบเหลืองด้านการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) ของสหภาพยุโรป (อียู) และธงแดงด้านการบินขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ)


“ขึ้นอยู่ในบัญชีเทียร์ 2 จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และช่วยผลักดันการส่งออกสินค้าประมงไทยในไตรมาส 3-4 ปรับตัวสูงขึ้นอีก คาดทั้งปีสินค้าประมงไทยจะส่งออกได้ 2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมีมูลค่ากว่าแสนล้านบาท แยกเป็นส่งออกปลาและปลาหมึก 25,000 ล้านบาท จากปีก่อนมีมูลค่า 20,000 ล้านบาท ส่งออกกุ้งมีมูลค่า 65,000 ล้านบาท หรือเติบโต 10% จากปีก่อนมีมูลค่า 58,000 ล้านบาท ซึ่งการที่ไทยพยายามเร่งแก้ไขปัญหาแรงงานและภาคประมงทำให้ช่วงต้นธุรกิจประมงชะงักไปบ้าง แต่ระยะยาว จะทำให้อุตสาหกรรมกลับมาบูม” นายพจน์ กล่าว

นายชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย กล่าวว่า เทียร์ 2 จะส่งผลดีต่อการประเมินการแก้ไขปัญหาไอยูยูของอียูด้วย เนื่องจากปัญหาแรงงานภาคประมงที่อียูนำมาใช้ในการประเมินการแก้ไขปัญหาไอยูยูของไทย ได้รับการพิสูจน์จากการปรับอันดับของสหรัฐแล้วว่า รัฐบาลไทยมีความจริงจังและสามารถแก้ไขปัญหาภาคประมงได้ถูกทาง เท่ากับว่าปัญหาแรงงานประมงที่ถูกอียูจับตาไว้น่าจะหมดไปด้วย นอกจากนี้การที่ภาครัฐตั้งใจแก้ไขปัญหาไอยูยู และเร่งออกกฎหมายการประมง การวางแผนการทำประมงอย่างยั่งยืนตามหลักสากล เชื่อว่าอียูน่าจะประเมินการแก้ไขปัญหาไอยูยูของไทยในทิศทางดีขึ้นหรือเท่าเดิม ไม่แย่ลงแน่นอน

“ต้องจับตามองผลดีในแง่ภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งจะช่วยให้สามารถเจรจาเข้าร่วมกรอบการค้าเสรีหรือเอฟทีเอกับชาติตะวันตกได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเขตการค้าเสรีไทยกับอียู และความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ที่รัฐบาลไทยต้องเจรจาแล้ว หลังจากนี้คาดรัฐบาลไทยจะพูดคุยกับรัฐบาลชาติตะวันตกได้ง่ายขึ้น” นายชนินทร์ กล่าว

Advertisement

นายผณิศวร ชำนาญเวช ที่ปรึกษาสภาหอการค้าแห่งประเทศและนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า แม้ไทยถูกปรับอันดับการค้ามนุษย์ให้ดีขึ้น แต่รัฐบาลไทยยังคงต้องเข้มงวดกับการบังคับใช้กฎหมายต่อไป เพราะความหมายของเทียร์ 2 คือต้องจับตามองว่าแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์มีความคืบหน้าหรือไม่ หากคดีการค้ามนุษย์ยังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ไทยอาจกลับมาเป็นเทียร์ 3 ได้