วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,495.09 จุดเคลื่อนไหวในแดนลบที่ระดับ 1,469.55 จุด ปรับลดลง 25.54 จุด หรือ 1.71% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,474.12 จุดและทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,468.87 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 9,602.73 ล้านบาท

โดยนายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นภาคเช้านี้ ได้รับแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก โดยปัจจัยรบกวนภายนอกที่สำคัญยังคงได้แก่ การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ซึ่งมีความรุนแรงมากขึ้น โดยยอดผู้ติดเชื้อมีการขยายตัวมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ในประเทศเกาหลีใต้และอิตาลี ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบรับเชิงลบ และมีการโยกย้ายเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ทั้ง ทองคำ ดอลลาร์สหรัฐฯ และพันธบัตรรัฐบาลต่างๆ ซึ่งประเมินว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยกดดันหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องต่อไปทั้ง โรงแรม สนามบิน สายการบิน น้ำมัน โรงกลั่น จึงยังคงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในกลุ่มเหล่านี้ และยังคงมองว่าจุดซื้อที่เร็วที่สุดคือ รอให้ยอดผู้ติดเชื้อที่ยังไม่ได้รับการปล่อยตัวปรับตัวขึ้นถึงจุดสูงสุดก่อน
“ส่วนของปัจจัยภายในที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประเด็นที่นานาชาติเริ่มแสดงความกดดันต่อการยุบพรรคอนาคตใหม่ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจเป็นการบั่นทอนมุมมองของนักลงทุนต่างชาติบางส่วนได้ รวมไปถึงประเด็นล่าสุดอย่างการกล่าวหารัฐบาลไทยว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีทุจริต 1MDB จากปัจจัยเหล่านี้ คาดว่า นักลงทุนต่างชาดิน่าจะยังเดินหน้าขายสุทธิในหุ้นไทยต่อไป” นายณัฐชาตกล่าว
นายณัฐชาตกล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ หลังจากที่ดัชนีหลุดระดับ 1,500 จุด ลงมาตามคาดการณ์นั้น แนะนำชะลอการลงทุนเพื่อรอดูทิศทางที่ชัดเจนก่อน และเลือกลงทุนในหุ้นที่แนะนำคือ 1.กลุ่ม REIT&IFF 2.กลุ่มโรงพยาบาล ที่มักเป็นกลุ่มที่ปรับตัวดีกว่าภาพรวมตลาดในช่วงที่เกิดโรคระบาด แนะนำ BDMS และ BCH 3.บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ที่มีโอกาสชื้อสินทรัพย์ที่มีราคาถูกในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เลือก BAM โดยประเมินผลกระทบจากการปรับลดอันดับเครดิต จะถูกชดเชยได้ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและพันธบัตรรัฐบาลในตลาดที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ แนะนำเข้าสะสมที่ระดับ 26 บาทหรือต่ำกว่านั้น 4.กลุ่มอาหารที่ได้ประโยชน์จากราคาสัตว์บกที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงเงินบาทที่ปรับตัวอ่อนค่า แนะนำ CPF
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่


