หน้าแรก เศรษฐกิจ บลจ.พรินซิเพิ...

บลจ.พรินซิเพิล โชว์ศักยภาพบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ดันมูลค่าโต 30% ปีตั้งเป้าโตอีก 25% ดันกองทุนแตะ 1 หมื่นล้าน

24.02.20 | 13:05 น.

นางปาจรีย์ บุณยัษฐิติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พรินซิเพิล สมดุลตามอายุ หรือ Principal Target Date Retirement Fund บริหารโดยบลจ. พรินซิเพิล เพื่อเป็นแหล่งออมเงินสำหรับพนักงานไว้ใช้จ่ายในยามเกษียณอายุ สามารถผลักดันพอร์ตการบริหารกองทุนฯ ให้มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เติบโตได้ดี โดย ณ สิ้นปี 2562 มีมูลค่า AUM ทั้งสิ้น 7,876 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากสิ้นปี 2561 ที่มีมูลค่า AUM 6,055 ล้านบาท ขณะที่จำนวนนายจ้างและสมาชิกของกองทุนฯ ณ สิ้นปี 2562 เพิ่มขึ้นเป็น 229 ราย และ 31,869 รายตามลำดับ และล่าสุดกองทุนดังกล่าวได้รับคัดเลือกจากสมาคมกองทุนสำรวจเลี้ยงชีพ ได้รับรางวัลชนะเลิดประเภท ‘Pooled Fund ที่มีขนาดกองทุนต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท’ จากโครงการประกวดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพดีเด่น ครั้งที่ 8 ประจำปี 2562 ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 หลังจากเคยได้รับรางวัลดังกล่าวมาแล้วในปี 2560 และปี 2561

“ปัจจัยที่ทำให้ บลจ. พรินซิเพิล ได้รับรางวัลติดต่อกัน 3 ปี มาจากนโยบายของเราที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นคู่คิดในการวางแผนการเงินยามเกษียณแก่สมาชิกกองทุนฯ ทั้งการให้คำปรึกษา วางแผนการลงทุน จัดอบรมให้ความรู้ และมีเครื่องมือสำหรับติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงาน โดย บลจ. พรินซิเพิล มีบริษัทแม่ที่มีประสบการณ์บริหาร Pension Fund (กองทุนบำนาญ) ในหลายประเทศ และมีประสบการณ์บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบบ Target Date ในสหรัฐอเมริกามานานกว่า 15 ปี และในไทยกว่า 5 ปี รวมถึงมีเว็บไซต์ โมบาย แอพพลิเคชั่น และโปรแกรมคำนวณเงินเกษียณของสมาชิก Plan WISE Retire WELLที่สามารถใช้งานได้ตลอดเวลาและสับเปลี่ยนแผนการลงทุนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว” นางปาจรีย์ กล่าว

นางปาจรีย์ กล่าวว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พรินซิเพิล สมดุลตามอายุ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ถือเป็นหนึ่งในพอร์ตกองทุนที่เป็นดาวเด่นของ บลจ. พรินซิเพิล ปีนี้จึงมีเป้าหมายผลักดันการเติบโตต่อเนื่องประมาณ 25% หรือมีมูลค่า AUM เพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ล้านบาท และจะใช้จุดเด่นของกองทุนฯ ที่มีผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญ ทำหน้าที่ผสมผสานสัดส่วนการลงทุนและปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ระหว่าง ตราสารหนี้ ตราสารทุนไทย ตราสารทุนต่างประเทศ อสังหาริมทรัพย์ และทองคำ ซึ่งถือได้ว่าเป็นแผนการลงทุนที่มีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภทมากที่สุด แทนสมาชิกกองทุน ดังนั้นสมาชิกจึงสามารถเลือกแผนการลงทุนในครั้งแรกตามปีที่จะเกษียณอายุเพียงครั้งเดียว และมอบหมายหน้าที่การปรับพอร์ตการลงทุนให้กับผู้จัดการกองทุนตลอดเวลาที่อยู่ในกองทุน

นางปาจรีย์ กล่าวว่า อีกจุดเด่นของกองทุนฯ คือ เมื่อสมาชิกเกษียณอายุแล้วยังมีแผนการลงทุน Target Date Post Retirement หรือ TD_P รองรับ โดยสมาชิกสามารถขอรับเงินเป็นงวดจากกองทุนฯตามความถี่ที่สมาชิกกำหนด โดยขณะที่เงินอยู่ในกองทุนจะได้รับการบริหารจากผู้จัดการกองทุนมืออาชีพอย่างต่อเนื่องอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีแผน Target Risk อีก 5 นโยบาย เพื่อให้สมาชิกที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญการลงทุน เลือกจัดสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ ระยะสั้นและปานกลาง ตราสารทุนไทยและตราสารทุนต่างประเทศและกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Reit) ได้ด้วยตนเองอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีบริการด้านอื่นๆ อาทิ บริการจัดทำ Provident Fund Analytical & Retirement Readiness Report หรือที่ปรึกษาให้กับบริษัทนายจ้างในการวิเคราะห์การเลือกอัตราเงินสะสม แผนการลงทุนของสมาชิก พร้อมกับคำนวณ Average Replacement Ratio หรืออัตราทดแทนรายได้หลังเกษียณเฉลี่ยของลูกจ้างทั้งองค์กร และบริการ Plan WISE Retire WELL ซึ่งเป็นบริการออนไลน์ให้แก่สมาชิกกองทุนทดลองคำนวณเงินที่จะมีในวันเกษียณอายุ ภายใต้แผนการลงทุนและอัตราการออมในปัจจุบัน พร้อมคำนวณเงินใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ ภายใต้สมมติฐานของสมาชิกแต่ละคน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกในการออมเงินเพื่อใช้จ่ายยามเกษียณอย่างมาก

Advertisement

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน