นายจิรณุ กุลชนะรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้ประกอบธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจร (Outsourcing Services) เปิดเผยว่า ด้วยแนวคิดมุ่งเน้นเป็นผู้ให้บริการจ้างเหมาบริการชั้นนำของประเทศไทย ทำให้บริษัทมุ่งสร้างงานบริการที่หลากหลายและมีคุณภาพ โดยนำความต้องการของลูกค้ามาต่อยอดการให้บริการและขยายธุรกิจของบริษัท โดยให้ความสำคัญกับการจัดหาพนักงานในเวลาที่ต้องการได้อย่างเพียงพอและมีคุณภาพ รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการบริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทมีแผนขยายการลงทุนทั้งในส่วนธุรกิจให้บริการจัดหาบุคลากรและธุรกิจให้เช่าและบริการ เช่น แผนเพิ่มจำนวนพนักงานที่ส่งไปปฏิบัติงานกับลูกค้าในธุรกิจจัดหาบุคลากร แผนขยายลงทุนในธุรกิจบริการรถยนต์ให้เช่าโครงการรถยนต์ดัดแปลง รองรับการบริการให้กับหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล แผนขยายบริการรถยนต์ให้เช่าพร้อมคนขับแบบรายชั่วโมงหรือรายวัน โดยคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงของลูกค้า (Pay per use) รองรับกลุ่มลูกค้าบริษัทเอกชน ที่ต้องการใช้งานระยะสั้น เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน รวมทั้งแผนเพิ่มจำนวนรถยนต์ให้เช่าในแต่ละแผนงานคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในปี 2563 -2564 เพื่อให้สามารถขยายการให้บริการไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากยิ่งขึ้น รองรับการเติบโตของธุรกิจเอาท์ซอร์ซ ซึ่งในปัจจุบันการจัดหาบุคลากรจากภายนอกเข้ามาดำเนินการแทนในส่วนที่ไม่ใช่หน้าที่หลักของธุรกิจ อาทิ พนักงานสำนักงาน พนักงานขับรถยนต์ และพนักงานช่างเทคนิค เป็นวิธีหนึ่งที่หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ หันมาใช้บริการมากยิ่งขึ้น เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
นายคมกฤต มีคำสัตย์ กรรมการผู้จัดการสายงานตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจําหน่ายหุ้น กล่าวว่า มีแผนที่จะนำ SO เดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ก่อนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 85 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 27.42 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมด แบ่งเป็นขายให้แก่ประชาชนทั่วไปจำนวน 76.5 ล้านหุ้น และเสนอขายให้แก่ กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทจำนวน ไม่เกิน 8.5 ล้านหุ้น หลังจากในช่วงที่ผ่านมาผู้บริหาร SO ได้นำเสนอข้อมูลกับนักลงทุนสถาบันชั้นนำในประเทศ เบื้องต้นได้รับการตอบรับที่ดี ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจในพื้นฐานทางธุรกิจของ SO
นายคมกฤตกล่าวว่า SO จะเดินทางโรดโชว์ทั้งหมด 3 จังหวัด โดยเริ่มที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นแห่งแรกในวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ตามด้วย จ.เชียงใหม่ ในวันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 และปิดท้ายที่กรุงเทพฯ ในวันพุธที่ 4 มีนาคม 2563 โดยได้เตรียมนำเสนอข้อมูลทิศทางการดำเนินงาน จุดแข็งและโอกาสการเติบโตในอนาคต เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเห็นถึงศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่มีบริการสนองความต้องการของลูกค้า ได้หลากหลายและสามารถนำความต้องการของลูกค้ามาพัฒนาต่อยอดบริการใหม่ได้ในทุกภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่บริษัทดำเนินธุรกิจ สามารถสร้างกำไรได้ทุกปีและมีผลดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2559 บริษัทมีรายได้รวม 1,670.27 ล้านบาท กำไรสุทธิ 138.35 ล้านบาท ปี 2560 มีรายได้รวม 1,732.32 ล้านบาท กำไรสุทธิ 116.11 ล้านบาท ปี 2561 มีรายได้รวม 1,850.88 ล้านบาท กำไรสุทธิ 101.01 ล้านบาท ขณะที่ปี 2562 มีรายได้งวด 6 เดือนแรก รวม 929.10 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 6 เดือน 48.04 ล้านบาท นอกจากนี้ หากดูตัวเลขสำคัญทางการเงินพบว่า SO มีอัตราผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้นหรือ ROE เติบโตต่อเนื่องระหว่างปี 2559 ถึง 2561 เท่ากับ 21.53% 25.23% และ 25.90% ตามลำดับและมีนโยบาย จ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ
“การระดมทุนครั้งนี้ บริษัทจะนำเงินใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายกิจการ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต รวมทั้งนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ปัจจุบัน SO มีทุนจดทะเบียน 310 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 310 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1.00 บาท มีทุนที่ออกและชำระแล้ว 225 ล้านบาท หรือ 225 ล้านหุ้น โดยมีครอบครัววิมลเฉลาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่”นายคมกฤตกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

