หน้าแรก เศรษฐกิจ ครม.เปิดทางพา...

ครม.เปิดทางพาณิชย์เร่งกำหนดด่านนำเข้าและนำผ่านน้ำมันปาล์ม หวังช่วยลดการลักลอบ

25.02.20 | 14:56 น.

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์กำหนดด่านนำเข้าและด่านนำผ่านน้ำมันปาล์มและน้ำมันปาล์มเนื้อในเมล็ดปาล์มตามมติคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะลักของน้ำมันปาล์ม เข้ามาในประเทศจากการลักลอบนำเข้าและนำผ่านน้ำมันปาล์ม โดยเร่งด่วน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มภายในประเทศ เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ราคาผลผลิตจากปาล์มน้ำมัน ในประเทศมีการปรับตัวสูงขึ้น อาจทำให้มีการลักลอบมากขึ้น ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะมีผลภายใน 7 วัน หลังจากที่กฎหมายได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

นายกีรติ  กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ น้ำมันปาล์มและน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์ม” สามารถนำเข้าได้ 3 ด่าน คือ ด่านศุลกากรมาบตาพุด สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ หรือสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง และนำผ่านขาเข้าได้ 1 ด่าน คือ สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ

และนำผ่านขาออกได้ 3 ด่าน คือ ด่านศุลกากรจันทบุรี ด่านศุลกากรหนองคาย และด่านศุลกากรแม่สอด โดยผู้ประกอบการที่ประสงค์จะนำเข้าและนำผ่านสินค้าน้ำมันปาล์มตามพิกัดอัตราศุลกากร 1511.10.00 1511.90.20 1511.90.31 1511.90.32 1511.90.36 1511.90.37 1511.90.39 1511.90.41 1511.90.42 และ 1511.90.49 และน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์มตามพิกัดอัตราศุลกากร 1513.21.10 1513.21.90 1513.29.91 1513.29.12 1513.29.13 1513.29.14 1513.29.91 1513.29.92 1513.29.94 1513.29.95 1513.29.96 และ 1513.29.97 จะต้องปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวข้างต้นทุกกรณี

“มาตรการดังกล่าวทำให้การนำเข้าและนำผ่านน้ำมันปาล์มและน้ำมันเนื้อในเมล็ดปาล์มมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทำให้ปัญหาการลักลอบนำเข้าและนำผ่านน้ำมันปาล์มฯ ลดน้อยลงตามนโยบายเร่งด่วนของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์)” นายกีรติ กล่าว

นายกีรติ  กล่าวว่า ปี 2562 ไทยมีการนำเข้าน้ำมันปาล์ม ปริมาณ 19,420 ตัน โดยนำเข้าจากอินโดนีเซียมากเป็นอันดับหนึ่งปริมาณ 15,121 ตัน คิดเป็นร้อยละ 77.86 รองลงมาเป็นการนำเข้าจากมาเลเซีย ปริมาณ 4,299 ตัน คิดเป็นร้อยละ 22.14 ตัน สำหรับการนำผ่านน้ำมันปาล์ม ไปยังประเทศเพื่อนบ้านมีปริมาณ 16,148 ตัน ซึ่งมีต้นทางมาจากมาเลเซียเพื่อนำผ่านไปยังเมียนมามากที่สุด ปริมาณ 15,111 ตัน รองลงมาลงเป็น สปป.ลาว ปริมาณ 913 ตัน และกัมพูชา ปริมาณ 124 ตัน ตามลำดับ

Advertisement