นายบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ZEN ผู้ประกอบธุรกิจบริการอาหาร (Food Services) เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2562 ว่าแม้ภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่บริษัทฯ ยังสามารถทำรายได้รวม 3,144.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,964.7 ล้านบาท เนื่องจากมีการขยายสาขาใหม่ในปีที่ผ่านมาถึง 100 สาขา ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่เปิดดำเนินธุรกิจ ประกอบกับได้รับผลดีจากยอดขายเดลิเวอรี่ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 8 เท่า สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความสะดวกมากขึ้น โดยมียอดขายเดลิเวอรี่รวมในปีที่ผ่านมา 102 ล้านบาท เทียบกับปี 2561 ที่มีรายได้เดลิเวอรี่ 13 ล้านบาท นอกจากนี้กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารค้าปลีก เช่น น้ำปลาร้าปรุงรส, แจ่วบอง (น้ำพริกปลาร้า) ก็มียอดขายเติบโตโดดเด่นเช่นกัน
นายบุญยง กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปี 2562 ลดลง 24% เหลือ 106.2 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 140.2 ล้านบาท แต่หากไม่รวมรายการพิเศษที่เกิดขึ้น 2 รายการ คือ การกลับรายการประมาณการหนี้สินจากการรื้อถอนในปี 2561 และการตั้งสำรองผลขาดทุนจากการปิด 2 สาขาในปี 2562 จะทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิลดลง 7% ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ของสาขาเดิม (SSSG) ติดลบจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
นายบุญยง กล่าวถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2562 ว่ามีรายได้รวม 855.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 738.4 ล้านบาท เนื่องจากมีการเปิดสาขาใหม่ถึง 37 สาขา และยอดขายจากบริการเดลิเวอรี่ผ่านช่องทางคอลเซ็นเตอร์ (หมายเลข 1376) รวมถึงแอพพลิเคชั่นสั่งอาหารเติบโตอย่างมาก อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิยังคงลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ 18.8 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากธุรกิจร้านอาหารของสาขาเดิม (SSSG) ติดลบ และมีการตั้งสำรองผลขาดทุนจากการปิดสาขา
นายบุญยง กล่าวถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2563 ว่าบริษัทเตรียมลงทุนรวมทั้งสิ้น 200 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนใช้งบลงทุน 300 ล้านบาท เนื่องจากปีนี้วางแผนขยายร้านอาหารตามสั่งแบรนด์ “เขียง” เน้นโมเดลแฟรนไชส์ผ่านการจับมือกับพาร์ทเนอร์ในภูมิภาคมากกว่าการลงทุนขยายสาขาเอง คาดว่าจะเปิดรวม 100-150 สาขา นอกจากนี้ บริษัทมีแผนปรับปรุงร้านสาขาเดิม พัฒนาระบบไอที และเพิ่มศักยภาพในการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดียิ่งขึ้น
“จากแนวโน้มเศรษฐกิจและกำลังซื้อโดยรวมที่ชะลอตัว ปีนี้จึงมุ่งพัฒนาความสามารถในการทำกำไรของสาขาที่บริษัทฯ มีอยู่แล้ว 345 สาขา ควบคู่กับการเน้นขยายสาขาด้วยโมเดลแฟรนไชส์ และบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งคาดว่าจากกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยผลักดันรายได้และอัตราการทำกำไรที่ดีขึ้น” นายบุญยง กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

