หน้าแรก เศรษฐกิจ เอ็กซิมแบงก์แ...

เอ็กซิมแบงก์แนะเอสเอ็มอีใช้โอกาสเงินบาทแข็งค่า-ย้ายฐานซีแอลเอ็มวี

5.07.16 | 15:56 น.
พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เปิดเผยว่า ในภาวะที่เงินบาทแข็งค่าปัจจุบัน ผู้ส่งออกไทยควรใช้โอกาสนี้นำเข้าเครื่องจักร เทคโนโลยี และวัตถุดิบจากต่างประเทศ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและขยายกำลังการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และอาจเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายภายในประเทศมากขึ้น รวมทั้งย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) เนื่องจากจะมีค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนในสกุลเงินต่างประเทศลดลง และเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจในระยะยาว รวมทั้งยังได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (จีเอสพี) จากประเทศพัฒนาแล้วในการส่งออก ทำให้สามารถแข่งขันด้านราคาได้


ทั้งนี้ เอ็กซิมแบงก์ มีบริการสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถคำนวณต้นทุนและกำไรที่แน่นอนได้ตั้งแต่วันที่ทำสัญญา และวางแผนธุรกิจได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะเดียวกันผู้ประกอบการสามารถบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ด้วยตนเอง ดังนี้ใช้เงินตราต่างประเทศหลายสกุลในการทำธุรกรรม ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยทั้งผู้ส่งออกและผู้นำเข้าส่วนใหญ่มักมีการชำระค่าสินค้าหรือได้รายรับเป็นเงินสกุลหลัก อาทิ ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และเยน ซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีความผันผวนมาก ดังนั้น แทนที่จะใช้เงินดังกล่าวในการทำธุรกรรม ก็อาจหันไปใช้เงินสกุลอื่นที่มีความผันผวนน้อยกว่า อีกทั้งหากเป็นการทำธุรกรรมกับประเทศเพื่อนบ้านที่สามารถตกลงกันให้ชำระเป็นเงินบาทได้ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังสามารถจับคู่ (Matching) เงินได้กับค่าใช้จ่ายให้เป็นเงินสกุลเดียวกัน โดยการนำรายรับในรูปเงินตราต่างประเทศจากคู่ค้ารายหนึ่ง ให้สอดคล้องกับรายจ่ายที่ต้องชำระให้กับซัพพลายเออร์อีกรายหนึ่งให้เป็นเงินสกุลเดียวกัน กรณีเช่นนี้ผู้ประกอบการต้องบริหารการรับและจ่ายสกุลเงินต่างประเทศให้มีระยะเวลาใกล้เคียงกันเพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงยังสามารถเปิดบัญชีเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ เพื่อฝากเงินรายรับที่เป็นเงินสกุลต่างประเทศไว้ก่อนจะนำไปใช้ชำระค่าวัตถุดิบ หรือกรณีของผู้นำเข้าที่ต้องชำระค่าสินค้าเป็นเงินตราต่างประเทศ หากเงินบาทแข็งค่าก็อาจซื้อเงินตราต่างประเทศและฝากเข้าบัญชีเงินฝากสกุลต่างประเทศเพื่อเตรียมไว้ชำระค่าสินค้าในอนาคต

“ผู้ประกอบการควรใช้ช่วงเวลาที่เงินบาทแข็งค่า ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าของธุรกิจตนเองในระยะยาว ขณะเดียวกัน ควรบริหารจัดการความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศด้วยตนเอง หรือทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้ากับเอ็กซิมแบงก์ เพื่อปิดความเสี่ยง” นายพิศิษฐ์กล่าว

Advertisement