นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยถึงกรณีที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวีได้ออกมาระบุว่า กสทช.ไม่สามารถปิดสถานีโทรทัศน์พีซทีวีเป็นเวลา 30 วันได้ เนี่องจากพีซทีวีอยู่ในระหว่างการคุ้มครองจากทางศาลปกครองกลาง ว่า ตนได้สอบถามประเด็นดังกล่าวไปยังฝ่ายกฎหมายของ กสทช.แล้ว พบว่า สามารถดำเนินการระงับใบอนุญาตพีซทีวีเป็นเวลา 30 วันได้ เนื่องจากความผิดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นความผิดที่เกิดขึ้นใหม่ เป็นคนละกรณีเดิมที่นำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาตในครั้งก่อน เพราะเป็นคนละประเด็นกัน และหากพีซทีวีไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว สามารถใช้สิทธิฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้
นายภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ กล่าวว่า สำหรับข้อกฎหมายที่ใช้ลงโทษสถานีโทรทัศน์พีซทีวีในครั้ง เป็นไปตามที่ระบุในประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 97/2557 ฉบับลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 เรื่อง การให้ความร่วมมือต่อการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ, ประกาศ คสช. ฉบับที่ 103/2557 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2557 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97/2557 และขัดต่อบันทึกข้อตกลง (เอ็นโอยู) ที่บริษัท พีช เทเลวิชั่น จำกัด ทำกับสำนักงาน กสทช. ซึ่งเป็นเงื่อนไขการประกอบกิจการโทรทัศน์ กรณีนี้ ซึ่งการกระทำของพีซทีวีที่เกิดขึ้นจนนำไปสู่การระงับใบอนุญาต จึงถือเป็นการขัดต่อเงื่อนไขการประกอบกิจการโทรทัศน์ โดย กสทช.มีอำนาจกำกับดูแลหากพบผู้ขัดประกาศ คสช. โดยอ้างอิงบทลงโทษตามข้อ 14(27) ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ.2555
“ในการลงโทษพีซทีวี คณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ ได้มีการเชิญผู้แทนของฝ่ายความมั่นคง ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน มาให้ความเห็นประกอบการพิจารณา โดยผู้แทนดังกล่าวมีความเห็นว่าการดำเนินการของพีซทีวีขัดต่อประกาศ คสช.จริง อีกทั้งที่ผ่านมาได้มีการเชิญพีซทีวีเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง ไปจนถึงได้มีคำสั่งแจ้งเตือนให้ช่องรายการพีซทีวีแก้ไขการกระทำในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง แต่ช่องรายการพีซทีวี ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง และยังคงฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าวเรื่อยมา ดังนั้น จึงเห็นควรให้มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต และหากยังคงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอยู่อีก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) จะใช้มาตรการทางปกครองที่สูงขึ้นต่อไป” นายภัคดีกล่าว

