หน้าแรก เศรษฐกิจ ธนารักษ์ไล่บี...

ธนารักษ์ไล่บี้ส่วนราชการนำที่ราชพัสดุไปใช้เชิงพาณิชย์ต้องส่งเงินเข้าหลวงใช้โมเดลกองทัพบก

28.02.20 | 21:21 น.

 

นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ ได้หารือร่วมกับกรมท่าอากาศยาน เกี่ยวกับการที่นำที่ราชพัสดุที่อยู่ในความดูแลของกรมท่าอากาศยานไปพัฒนาเชิงพาณิชย์กลับมาให้กรมธนารักษ์ดูแลเช่นเดียวกันกับกรณีกองทัพบกได้นำพื้นที่ราชพัสดุที่พัฒนาเป็นสวัสดิการเชิงพาณิชย์มาให้กรมธนารักษ์ดูแล

 “สำหรับพื้นที่ท่าอากาศยานนั้น ให้กรมท่าอากาศยานใช้ฟรี เนื่องจาก เป็นหน่วยงานราชการ แต่สำหรับพื้นที่ภายในที่มีการจัดสรรเป็นร้านค้าเชิงพาณิชย์นั้น ต้องให้กรมธนารักษ์ดูแล โดยค่าเช่าพื้นที่ต้องถูกนำส่งกลับมาเป็นรายได้แผ่นดิน ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยานมีสนามบินที่อยู่ในความดูแลจำนวนประมาณ 25 แห่งในภูมิภาคทั่วประเทศ”นายยุทธนากล่าว

นายยุทธนากล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีส่วนราชการอีกหลายรายที่ได้แจ้งความจำนงให้กรมธนารักษ์เข้าไปดูแลพื้นที่เชิงพาณิชย์ เช่น กรุงเทพมหานคร ส่งรายการพื้นที่ที่เปิดให้เอกชนเช่าเชิงพาณิชย์มาให้กรมธนารักษ์ดูแลแล้วประมาณ 5-6 พื้นที่ทั้งนี้ หลังกระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์และกองทัพบกได้ร่วมลงนามในความตกลงให้กรมธนารักษ์เข้าบริหารจัดการที่ราชพัสดุเชิงพาณิชย์ของกองทัพบกจำนวน 1 ล้านไร่เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งคณะทำงานของทั้งสองฝ่ายจะร่วมหารือถึงรายละเอียดของการส่งมอบพื้นที่อีกครั้ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน
นายยุทธนากล่าวว่า สำหรับการพิจารณาเรื่องรายได้นั้น กรณีที่กองทัพบกยืนยันว่า พื้นที่ที่นำมาพัฒนาเป็นสวัสดิการเชิงพาณิชย์ โดยกองทัพบกเป็นผู้บริหารเอง 100% จะมีการจัดสรรรายได้ โดย 70% เข้าเป็นรายได้แผ่นดิน และ 30% ถูกนำกลับไปเป็นสวัสดิการของกองทัพบก แต่กรณีที่เปิดให้เอกชนเช่า รายได้ทั้งหมดจะเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน  สำหรับพื้นที่ที่นำไปพัฒนาเป็นสวัสดิการเชิงพาณิชย์ เช่น ปั๊มน้ำมัน สนามกอล์ฟ สนามม้า โรงแรม และ สนามมวย เป็นต้น ซึ่งกรณีปั๊มน้ำมัน 100 แห่งกองทัพบกยืนยันเป็นพื้นที่เชิงสวัสดิการ เนื่องจาก อาจปั๊มน้ำมันในงานกิจการทหาร ดังนั้น จึงเห็นควรเป็นพื้นที่เชิงสวัสดิการต่อไป ส่วนพื้นที่ภายในบริเวณปั๊มน้ำมัน เช่น ร้านค้าสะดวกซื้อ หรือ ร้านกาแฟ กรณีนี้จะนับเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ต้องนำมาเช่าตรงและจ่ายค่าเช่ากับกรมธนารักษ์

Advertisement

“กรมต้องลงไปดูในรายละเอียดว่า พื้นที่ใดเป็นพื้นที่เชิงสวัสดิการเชิงพาณิชย์ที่กองทัพบกบริหารทั้ง 100% หรือ พื้นที่นำมาพัฒนาเชิงพาณิชย์ให้เอกชนเช่า เพื่อแยกให้เกิดความชัดเจน โดยจะต้องดูในรายละเอียดของงบดุลแต่ละพื้นที่ด้วย โดยคาดว่า ภายในปีนี้ การพิจารณาเรื่องดังกล่าวจะแล้วเสร็จ หลังจากนั้นไปหารือกับหน่วยงานอื่นพบว่ามีหน่วยงานประเภทสถานศึกษา โรงพยาบาล มีการนำพื้นที่ไปดำเนินการลักษณะสวัสดิการเชิงพาณิชย์อยู่หลายแห่ง การดำเนินการทำแบบเดียวกับกองทัพบก ”นายยุทธนากล่าว

นายยุทธนากล่าวว่า หากหน่วยงานใดไม่ให้ความร่วมมือในการส่งมอบพื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์ให้กรมฯดูแล กรมฯมีอำนาจที่จะบอกยกเลิกสัญญาการเช่ากับเอกชนได้ ดังนั้น จึงขอให้ทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือ สำหรับพื้นที่ใดที่มีการพัฒนาไม่เต็มศักยภาพ ทางกรมฯจะเข้าไปร่วมพัฒนา และ รวมถึง การจัดเก็บอัตราค่าเช่าให้เป็นเชิงพาณิชย์ตามเกณฑ์ของกรมฯด้วย โดยปัจจุบันเกณฑ์การจัดเก็บค่าเช่าเชิงพาณิชย์จะอยู่ที่ 3% ของมูลค่าที่ดินต่อปี และ 1% ของมูลค่าที่ดินสำหรับค่าธรรมเนียมในการเช่าพื้นที่