ธพ.เร่งกำหนดอี20น้ำมันฐาน เอกชนหนุนเลิกโซฮอล์91 ชี้แล้งกดโมลาสกระทบเอทานอล
น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ธพ.เตรียมหารือร่วมกับผู้ค้าน้ำมัน โรงกลั่น ผู้ผลิตและผู้ค้าเอทานอล รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมกำหนดให้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี20 (เบนซินผสมเอทานอล 20%) เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐานของประเทศ ตามนโยบายของนายสนธิรัตน์ สนธิจรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่วางเป้าหมายประกาศใช้ในช่วงไตรมาส 3(กรกฎาคม-กันยายน) ของปีนี้เพื่อยกระดับราคาอ้อยและมันสำปะหลังที่เป็นพืชหลักในการนำมาผลิตเอทานอล
“ตามแผนกระทรวงพลังงานจะกำหนดให้อี20 เป็นน้ำมันพื้นฐานภายในไตรมาส 3 ปีนี้ แต่ต้องกำหนดวันให้ชัดเจน ซึ่งตามแผนจะต้องพิจารณาลดหัวจ่ายชนิดน้ำมันของกลุ่มเบนซินลง 1 ประเภท ล่าสุดทางสมาคมผู้ค้าปลีกน้ำมันรายย่อยทำหนังสือมายังธพ.ให้มีการลดประเภทลงเพื่อความสะดวกเพราะของไทยมีหัวจ่ายค่อนข้างมาก ซึ่งความเห็นของผู้ค้าก็มีทั้งให้เลิกขายแก๊สโซฮอล์ 91 บางส่วนก็ให้เลิกแก๊สโซฮอล์ 95 แต่ทั้งหมดต้องมาหารือกัน”น.ส.นันธิกากล่าว
น.ส.นันธิกา กล่าวว่า อย่างไรก็ตามยอมรับว่าในแง่ของปริมาณเอทานอลที่อาจจะลดลงเนื่องจากผลผลิตอ้อยและมันสำปะหลังที่จะนำมาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอลได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งนั้นจะต้องพิจารณาร่วมกันถึงปริมาณที่ชัดเจนก่อนที่จะประกาศเดินหน้า รวมถึงการพิจารณาในส่วนของโรงกลั่นน้ำมันที่ต้องบริหารจัดการน้ำมันเบนซินพื้นฐาน(แก๊สโซลีน เบส) ที่ต้องให้สมดุลเพราะโรงกลั่นน้ำมันผลิต แก๊สโซลีน เบส 1 หรือน้ำมันพื้นฐานสำหรับผลิตแก๊สโซฮอล์ 91 เป็นส่วนใหญ่ หากยกเลิกขายแก๊สโซออล์ 91 โรงกลั่นต้องปรับกระบวนการผลิตให้สอดรับ
นายพิพัฒน์ สุทธิวิเศษศักดิ์ นายกสมาคมการค้าและผู้ผลิตเอทานอลไทย กล่าวว่า ผลผลิตอ้อยฤดูหีบปี 2562/63 ที่กำลังทยอยปิดหีบมีแนวโน้มว่าปริมาณอ้อยของไทยจะลดลงจากฤดูหีบปีก่อนหน้าประมาณ 55 ล้านตันหรือผลผลิตอ้อยจะอยู่ที่ประมาณ 74-75 ล้านตัน จะส่งผลกระทบต่อปริมาณกากน้ำตาล(โมลาส) ที่จะนำมาผลิตเอทานอลลดตามไปด้วย คาดว่าจะมีโมลาสประมาณ 3 ล้านตันจากปีก่อนที่ผลิตรวมได้ 4.6 ล้านตัน หากมีการบริการจัดการยังเชื่อมั่นว่าจะยังสามารถเดินหน้านโยบายรัฐตามแผนได้
“ไทยมีการผลิตเอทานอลได้ 1,650 ล้านลิตรต่อปี มาจากโมลาส 70% และมันสำปะหลัง 30% ขณะที่การใช้จะอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,500 ล้านลิตรต่อปี ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ โดยปีนี้เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโคโรนา(โควิด-19) ผู้ค้าน้ำมันเองมองว่ายอดใช้น้ำมันน่าจะลดต่ำลงเช่นกัน จะทำให้เกิดความสมดุลระหว่างซัพพลายกับดีมานด์ได้”นายพิพัฒน์กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้กระทรวงพลังงานจะมีการยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันกลุ่มเบนซินลง 1 ชนิดซึ่งจากการหารือส่วนใหญ่ สนับสนุนให้ยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 เพราะปัจจุบันรถยนต์ 30% สามารถใช้อี 20 ได้หมด ขณะที่ปั๊มน้ำมันเองก็มีจำหน่ายอี20 ทั่วประเทศแล้ว ดังนั้นรัฐสามารถใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาบริหารส่วนต่างราคาจำหน่ายได้ว่าจะให้ไปเร็วมากน้อยเพียงใด หากพบว่าปริมาณเอทานอลตึงตัว ระยะแรกอาจไม่ต้องทำราคาอี20 จูงใจการใช้ที่มากเกินไป อย่างไรก็ตามสมาคมฯได้มอบหมายให้โรงงานเอทานอลได้ทบทวนแผนการผลิตเพื่อที่จะทำให้เอทานอลไม่ขาดแคลนในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐให้เป็นไปตามเป้าหมาย
แหล่งข่าวจากผู้ค้าน้ำมัน กล่าวว่า สิ่งที่กังวลคือปริมาณเอทานอลจะเพียงพอหรือไม่ เพราะหากกำหนดนโยบายแล้วเกิดปัญหาจะทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น ประกอบกับสิ่งที่ต้องพิจารณาตามมาคือปริมาณอ้อยในฤดูถัดไปหรือปี 2563/64 ซึ่งหากประสบภัยแล้งต่อเนื่องและลดลงอีกจะเกิดปัญหาหรือไม่ด้วยจึงต้องวางสมดุลให้ดี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

