หน้าแรก เศรษฐกิจ เบร็กซิท-เฟดห...

เบร็กซิท-เฟดหนุนราคาทองขึ้นต่อทำสถิติสูงสุดรอบปี

6.07.16 | 12:49 น.

นายพิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยว่า ราคาทองคำในช่วงครึ่งปีหลัง 2559 ยังมีแนวโน้มปรับขึ้น แต่จะขึ้นระยะสั้นแค่ 3 เดือน ราคาทองคำในตลาดโลกคาดว่าจะมีกรอบราคาสูงสุด 1,340-1,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และกรอบราคาต่ำสุดที่ 1,200-1,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ สำหรับราคาทองคำในประเทศคาดว่าราคาทองคำแท่งขายอออกจะเคลื่อนไหวในกรอบ 22,000-24,000 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ ภายใต้กรอบค่าเงินบาทที่ยังอ่อนค่า 35-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ


นายพิบูลย์ฤทธิ์กล่าวว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาทองคำยังปรับขึ้นอีก มาจากความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลก ความไม่ชัดเจนหลังจากที่สหราชอาณาจักรลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) ที่ยังมีผลต่อเนื่อง เพราะกระบวนการออกยังไม่เริ่มดำเนินการ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่นักวิเคราะห์มองว่าเฟดอาจจะไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ในปีนี้ ส่วนปัจจัยกดดันราคาทองให้ปรับลดลงมาจากหากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดี และเกิดเหตุการณ์พลิกโพลเฟดสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้

“ความคลุมเครือในตลาดทำให้นักลงทุนหันมาซื้อสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำอย่างทองคำ ทำให้ราคาทองยังปรับขึ้นได้อีกในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยราคาทองแท่งขายออก วันที่ 5 กรกฎาคม เวลา 09.36 น. อยู่ที่ 22,700 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ เป็นราคาขายที่สูงที่สุดในรอบปี หรือ 7 เดือน นับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ราคาขายอยู่ที่ 18,100 บาทต่อบาททองคำ แต่ยังไม่ทำสถิติราคาสูงสุดรอบใหม่ ซึ่งราคาทองคำเคยขึ้นไปสูงเกือบ 27,000 บาทต่อบาททองคำ ในช่วงปี 2556 ก่อนจะปรับลงมาและทยอยปรับขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้เรียกว่าเป็นขาขึ้นรอบใหญ่ เพราะความคลุมเครือและความผันผวนในตลาดอาจทำให้มีการเคลื่อนย้านเงินลงทุนได้ตลอดเวลา ซึ่งจะผลให้ราคาทองคำเปลี่ยนแปลงด้วย ส่วนกลยุทธ์การลงทุนทองคำในช่วงนี้ แนะนำให้ทยอยซื้อสะสม หากราคาทองคำลงมาแตะ 22,000 บาทต่อบาททองคำ หรือราคาต่ำกว่านี้” นายพิบูลย์ฤทธิ์กล่าว