วันที่ 2 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,340.52 จุด เคลื่อนไหวในแดนลบที่ระดับ 1,323.28 จุด ปรับลดลง 17.24 จุด หรือ 1.29% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,358.52 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,317.45 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 30,893.98 ล้านบาท
โดยนายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เปิดเผยว่าภาพรวมตลาดหุ้นไทยภาคเช้า แนวโน้ม คาดว่ามีการผันผวนระหว่างวันสูง แต่ก็มีโอกาสดีดตัวขึ้น (รีบาวด์) ได้อยู่หลังจากหุ้นโลกเมื่อวาน (28 ก.พ.) ดิ่งลงต่อเนื่อง ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปิดร่วงเกือบ 360 จุด จากช่วงแรกของการซื้อขายที่ปรับตัวลงไปมากกว่า 1,000 จุด ส่งผลให้ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ดาวโจนส์ปรับตัวลงถึง 12% ซึ่งถือเป็นสัปดาห์ที่เลวร้ายสุด นับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินในสหรัฐฯมา โดยนักลงทุนวิตกกังวลการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาวะเศรษฐกิจ และกำไรของ บริษัทจดทะเบียน(บจ.) ไทย ขณะที่ราคาน้ำมันและทองคำถูกเทขายเช่นกัน โดยปรับตัวลงประมาณ 3-4% ซึ่งสาเหตุเชื่อว่ามาจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) ถูกเร่งไถ่ถอน เพื่อถือเงินสดรอประเมินสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
“ดัชนีหุ้นไทยยังมีแนวโน้มผันผวนสูงตามกระแสข่าวการแพร่ระบาดโควิด-19 ไม่ต่างจากสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ด้วยดัชนีที่ปรับตัวลงมามากแล้ว ในช่วง 3 สัปดาห์ลดลงร่วมกว่า 200 จุด ขณะที่การประเมินมูลค่ากลับมาน่าสนใจมากขึ้นถึงแม้จะคำนึงถึงแนวโน้มการหั่นประมาณการกำไรลงอีก 3-4% แล้วก็ตาม นอกจากนี้ การจ่ายปันผลในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้านี้ ยังมีอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทนช่วยจำกัดการปรับลดลงของดัชนีหุ้นไทยได้ด้วย โดยให้แนวรับที่ระดับ1,340 และ 1,320 จุด แนวต้าน 1,360 และ 1,370 จุด สำหรับกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ ให้เริ่มกลับมาทยอยสะสมแบบแบ่งซื้อ ไม่รีบร้อน ซื้อเพื่อการลงทุนอีกครั้งตั้งแต่ดัชนีหุ้นลดลงต่ำกว่า 1,350 จุด ลงมา เน้นการซื้อแบบสม่ำเสมอ ไม่รีบร้อน สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง ให้เก็งกำไรอย่างระมัดระวัง และต้องมีวินัยการลงทุนสูง” นายอภิชาติกล่าว

