น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้เริ่มต้นเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 โดยทั่วประเทศจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีอากาศร้อนในตอนกลางวันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้พบหลายพื้นที่อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 37-38 องศาเซลเซียส และคาดว่าในเดือนเมษายน 2563 หลายพื้นที่จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส
“คาดว่าหน้าร้อนของไทยปีนี้ โดยเฉพาะอุณหภูมิช่วงเทศกาลสงกรานต์จะไม่ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดของไทย ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ที่โล่งแจ้ง เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ อาทิ โรคฮีตสโตรก หรือโรคลมแดด ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนมากเกินไป ทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติของสมองส่วนการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ทำให้มีอุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสมอง” น.อ.สมศักดิ์กล่าว
น.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ช่วงวันที่ 3-5 มีนาคม 2563 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงอาจจะมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ ซึ่งช่วงวันที่ 3-4 มีนาคม 2563 พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม เป็นต้น ขณะที่ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา
ส่วนวันที่ 5 มีนาคม 2563 พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ขณะที่ ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และชลบุรี
“ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย” น.อ.สมศักดิ์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

