มีความชัดเจนอย่างต่อเนื่อง สำหรับการออกใบขับขี่รถไฟ เพื่อรองรับการทยอยเปิดบริการระบบรางที่จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีพนักงานขับรถไฟทุกระบบ 1,930 คน แบ่งเป็น พนักงานขับรถไฟฟ้าบีทีเอส ของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จำนวน 388 คน พนักงานขับรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม จำนวน 313 คน พนักงานขับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จำนวน 60 คน และพนักงานขับรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. จำนวน 1,169 คน
ในอนาคตจะเพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากจะก่อสร้างระบบรางอีกหลายโครงการ ทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าสายสีแดง รถไฟฟ้าสายสีส้ม รถไฟฟ้าสายสีเหลือง และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง
ล่าสุด คณะทำงานจัดทำหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตขับรถไฟ รถไฟฟ้า และรถไฟความเร็วสูง ของกระทรวงคมนาคม เห็นชอบให้กำหนดหลักเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับเพื่อรองรับการเติบโตของระบบขนส่งมวลชนทางราง ซึ่งรวมถึงหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตขับขี่รถไฟ บทลงโทษของผู้ถือใบอนุญาต ให้สอดคล้องกับการพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การขนส่งทางราง พ.ศ…. ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ มีผลบังคับใช้ปี 2564
เบื้องต้น กำหนดหลักเกณฑ์ใบอนุญาตขับขี่รถไฟไว้ 5+1 ประเภท ประกอบด้วย 1.ใบอนุญาตขับรถจักรไอน้ำ 2.ใบอนุญาตขับรถไฟไฟฟ้า 3.ใบอนุญาตขับรถไฟดีเซล 4.ใบอนุญาตขับรถไฟฟ้าความเร็วสูง 5.ใบอนุญาตขับรถรางไฟฟ้า (แทรม) และ 6.ใบอนุญาตอื่นๆ ตามที่อธิบดีกรมการขนส่งทางรางกำหนด
ใบอนุญาตขับขี่รถไฟจะมีอายุประมาณ 5 ปี ออกให้กับผู้มีสัญชาติไทย ที่มีอายุ 25 ปีบริบูรณ์ แนวทางการออกใบอนุญาต คล้ายกับการออกใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบก
ส่วนบทลงโทษ แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ 1.การพักใช้ใบอนุญาต มีบทลงโทษสูงสุดไม่เกิน 1 ปี กรณีกระทำความผิดค่อนข้างร้ายแรง และ 2.การเพิกถอนใบอนุญาต อย่างน้อย 3 ปี กรณีกระทำความผิดร้ายแรง อาทิ การใช้ความเร็วเกิน หรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบการเดินรถ โดยมีผลกระทบด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้บริการ ซึ่งการออกใบอนุญาต คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในปี 2564
เมื่อทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันได้แล้ว ก็เชื่อว่าจะทำให้ประชาชนมั่นใจเรื่องความปลอดภัยมากขึ้นแน่!!
นายขันตี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

