นายไชยวัฒน์ หาญสมวงศ์ ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย(สภาเอสเอ็มอี) เปิดเผยว่า ได้นำคณะกรรมการและนายกสมาคมการค้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เป็นภาคีเครือข่าย เข้ารับฟังแนวคิดและวิสัยทัศน์ของ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร (ดร.โกร่ง) อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่พรรคเพื่อไทย อาคารโอเอไอ ทาวเวอร์ ในงานเสวนาในหัวข้อ “ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ 2020” เพื่อนำไปวิเคราะห์และประยุกต์ พัฒนาเป็นองค์ความรู้ให้สมาชิกสภาฯ ใช้เป็นกรณีศึกษาและปรับกลยุทธ์การบริหารกิจการให้มีสถานะดำรงมั่นคงยั่งยืน
นายไชยวัฒน์กล่าวว่า การพัฒนาองค์ความรู้ นับเป็น 1 ใน 3 ขององค์ประกอบการส่งเสริมตามโครงการ SMEs smart Province ที่สภาฯ มีแผนดำเนินงาน ประกอบด้วย 1. การเข้าถึงแหล่งเงินทุน 2. การตลาด และ 3.องค์ความรู้ ดังกล่าว โดยเป็นโมเดลการพัฒนาเพื่อยกระดับผู้ประกอบการในระดับจังหวัด อาศัยการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในจังหวัดทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรวัฒนธรรม สถาบันการศึกษาและสถาบันการเงิน ให้มีการทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัวทั้งระบบ มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ การพัฒนายกระดับเอสเอ็มอีที่นับเป็นกระดูกสันหลังด้านเศรษฐกิจของประเทศ เพราะมีจำนวนกว่า 3 ล้านกิจการ มีการจ้างแรงงานกว่า 10 ล้านคน และสร้างจีดีพีให้ประเทศกว่าร้อยละ 40
“ดร.วีรพงษ์ ให้ข้อคิดตอนหนึ่งว่า วิกฤติเศรษฐกิจจะทอดยาวต่อไปอีกประมาณ 5 ปี ดังนั้น เอสเอ็มอีจะต้องดูแลตัวเองให้ดี ๆ และปรับตัวอยู่รอดให้ได้ ภาครัฐควรจะส่งเสริมเงินทุนผ่านธนาคารของรัฐอย่างเช่นสมัยที่ดร.วีรพงษ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คือให้เงินกู้แก่เอสเอ็มอีคิดดอกเบี้ย 1% พร้อมกับสร้างความต้องการตลาดในประเทศและผลักดันการส่งออก โดยอัตราแลกเปลี่ยนที่เอื้อต่อการส่งออกที่ดีที่สุดควรจะอยู่ที่ 33-35 บาทต่อดอลล่าห์สหรัฐ” นายไชยวัฒน์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

