พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ติดตามที่ดินในเขตปฎิรูปที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติใน 3 กรณี คือ 1.พื้นที่ไม่เข้าสู่การปฏิรูปที่ดิน พื้นที่ 500 ไร่ขึ้นไป 25 จังหวัด 422 แปลง พื้นที่รวม 426,300 ไร่ 2.พื้นที่ที่จัดให้แก่เกษตรกรแล้วแต่เกษตรกรขายให้กับบุคคลอื่น ในเนื้อที่ตั้งแต่ 100 ไร่ขึ้นไป อยู่ใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและนครราชสีมา เนื้อที่ 488 ไร่ และ 3.พื้นที่ที่มีคำสั่งพิพากษาถึงที่สุดให้ขับไล่ เนื้อที่ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป 3 จังหวัด คือ จังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ธานี และนครราชสีมา ทั้งหมด 5 แปลง พื้นที่รวม 5,906 ไร่ โดยรวม 3 กรณี อยู่ในพื้นที่ 25 จังหวัด 429 แปลง จำนวน 432,694 ไร่ โดยจะต้องดำเนินการติดประกาศที่จะให้ผู้ครอบครองนำหลักฐานมาแสดงภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ติดประกาศ หากไม่แสดงหลักฐาน จะถือว่าได้มาด้วยมิชอบด้วยกฎหมาย ส.ป.ก. จะแจ้งให้ออกจากที่ดิน และหากไม่ออกจะประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่นั้นๆ ขอกำลังจากหน่วยความมั่นคงเพื่อยึดพื้นที่นั้นคืน
“ขั้นตอนหลังจากนี้ ส.ป.ก.จะเข้าดำเนินการตามกระบวนการ โดยจะทำแผนที่แนบท้าย พร้อมแยกออกมาเป็นแปลงชัดเจนตามรายจังหวัด ซึ่งจะใช้เวลาภายใน 7 วัน จึงส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อนำไปติดประกาศในพื้นที่ทั้ง 25 จังหวัด หลังจากนั้นจะให้เวลา 15 วันหลังติดประกาศ เพื่อให้ผู้ที่มีหลักฐานมาชี้แจง โดย ส.ป.ก.สามารถดำเนินการตรวจสอบให้เสร็จภายใน 30 วัน หลังจากมีผู้แสดงเจตจำนง ถ้าตรวจสอบหลักฐานแล้วพบว่าถูกต้องด้วยกฎหมาย ส.ป.ก. ก็จะยุติเรื่อง ถ้าไม่ถูกต้องก็จะดำเนินการยึดคืน” พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว
นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า การยึดที่ ส.ป.ก.คืน จังหวัดที่น่ากังวลมากที่สุดคือ จังหวัดนครราชสีมา เพราะปริมาณมากที่สุด รองลงมาเป็นกำแพงเพชร แต่เมื่อใช้ ม.44 มาบังคับใช้ จะช่วยแก้ปัญหากลุ่มมีอิทธิพลได้ โดยเตรียมติดประกาศยึดที่ ส.ป.ก.คืนตามประกาศ ม.44 นำร่อง จังหวัดชัยภูมิ สระแก้ว และปราจีนบุรี โดยจังหวัดชัยภูมิ เป็นการถือครองโดยอดีตรัฐมนตรีที่ถือครองที่ดินจำนวนมากเป็นระยะนานมาแล้ว เช่นเดียวกับที่จะติดประกาศที่จังหวัดสระแก้ว เพราะเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีนักการเมืองระดับประเทศถือครองที่ดินไม่ถูกต้องตามกฎหมายจำนวนมาก โดยประชาชนเรียกนักการเมืองคนนี้ว่า ป๋า ส. ส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เป็นกลุ่มอำนาจเดียวกับนักการเมืองในจังหวัดสระแก้ว ขณะที่พื้นที่ในภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ ชุมพร เป็นของกลุ่มเอกชนผู้ค้าน้ำมันปาล์ม

