นายวิจิตต์ นิมิตวานิช นักวิชาการขนส่งทรงคุณวุฒิ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดภายในงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 3 ต่อการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โครงการระบบขนส่งมวลชนรอง (บีอาร์ที) ภายใต้โครงการศึกษาออกแบบรายละเอียดศูนย์คมนาคมพหลโยธินและการพัฒนาต้นแบบการพัฒนาพื้นที่โดยรอบศูนย์กลางคมนาคมว่า จากผลการศึกษาโครงการพัฒนาพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีกลางบางซื่อ หรือ ศูนย์กลางคมนาคมพหลโยธิน บนพื้นที่ 2,325 ไร่ เบื้องต้นมีแนวคิดที่จะสร้างโครงการระบบขนส่งมวลชนรอง (บีอาร์ที) โดยมีทางวิ่งพิเศษ (เอ็กซ์คลูซีฟ เลน) จำนวน 16 สถานี ราคาค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่โดยรอบศูนย์กลางคมนาคมพหลโยธิน ทั้งท่ารถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) สถานีกลางบางซื่อ ถนนกำแพงเพชร สถานีย่อยบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พื้นที่กม. 11 สวนวชิรเบญจทัศ และสวนจตุจักร โดยจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2565 คาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งหมด 1,800 ล้านบาท ส่วนรูปแบบการลงทุนคาดว่าภาครัฐจะเป็นผู้ลงทุนในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน และเปิดให้ภาคเอกชนลงทุนในส่วนของการเดิน

นายวิจิตต์ กล่าวว่า สำหรับการพัฒนาพื้นที่โซนดีของศูนย์คมนาคมพหลโยธิน บนเนื้อที่ 83ไร่ จะเป็นรูปแบบของการสร้างทางเดินเชื่อมต่อแบบยกระดับ (สกาย วอล์ค) แนวตะวันออก-ตะวันตกระหว่างสถานีกลางบางซื่อ-สถานี สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินจตุจักร ซึ่งได้ออกแบบเป็นโครงสร้างสะพานทางเดินเหล็ก กว้าง 6 เมตร ระยะทาง 1.27 กม. และทางเดินเชื่อมต่อระดับพื้นดิน แนวเหนือ-ใต้ ระหว่างถนนกำแพงเพชร-สถานีย่อย บขส. โดยออกแบบให้มีขนาดทางกว้าง 9 เมตร มีช่องทางเดินรถ 1 ช่องทาง พร้อมด้วยทางเดินเท้า ทางจักรยานและการปรับปรุงภูมิทัศน์ คาดว่าจะใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 1,500 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดให้เอกชนเป็นผู้รับสัมปทานเพื่อพัฒนาแปลงที่ดินบริเวณดังกล่าว และต้องรับภาระค่าใช้จ่ายการก่อสร้างทางเชื่อม 2 เส้นทางอีกด้วย โดยผู้จัดทำโครงการจะสรุปรายละเอียดแล้วเสณ้จภายในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ จากนั้น สนข.จะนำไปพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม–กันยายน และจะเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเพื่อเสนอต่อไปให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เจ้าของพื้นที่และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ดำเนินการต่อไป
นางสุภาพรรณ สง่าศรี ผู้จัดการโครงการฯ กล่าวว่า องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (ไจก้า) ได้แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนพัฒนาศูนย์กลางคมนาคมพหลโยธินและพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบ โดยได้ให้ขอเสนอแก่ฝ่ายไทยว่า หากเอกชนของญี่ปุ่น ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาที่ดินดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วน 20% ของการลงทุนทั้งหมด ทางไจก้าก็จะเข้าร่วมทำการศึกษาการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายทันที

