สถาบันวิทยาการตลาดทุน นักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุนรุ่นที่ 24 (วตท.24) ร่วมกับสมาคมนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน แถลงข่าวการจัดงานเสวนาวิชาการครั้งใหญ่ประจำปี 2563 เนื่องจากการลงทุนในตลาดหุ้นเผชิญความผันผวนที่มากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากปัจจัยทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ โดยเฉพาะปัจจุบันที่กำลังส่งผลกระทบอย่างมากจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ด้วยปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้กลุ่มนักลงทุนรายย่อยปรับตัวอย่างไร การซื้อขายผ่านระบบโปรแกรมเสนอซื้อ – ขายหุ้นโดยคอมพิวเตอร์แบบอัตโนมัติ จะเข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนได้หรือไม่ เป็นเรื่องน่าคิด โดยมาร่วมฟังมุมมองของปรมาจารย์ด้านตลาดทุนอย่างรอบด้าน กับงานสัมมนาวิชาการครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี “ทิศทางตลาดทุนไทย รายย่อย VS หุ่นยนต์ไปทางไหนดี”
เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการข้อมูลในยุคแห่งดิจิทัลเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งเสถียรภาพทางการเมือง สงครามการค้า รวมถึงโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบกับตลาดในช่วงสั้น โดยการเสวนานี้ จัดขึ้นเพื่อนำมาประเมินว่าการซื้อขายผ่านระบบโปรแกรมเสนอซื้อ – ขายหุ้น โดยคอมพิวเตอร์แบบอัตโนมัติมีผลดีผลเสียอย่างไร ระบบการซื้อขายนี้เกิดจากนักวิเคราะห์ (โบรกเกอร์) มีการแข่งขันในการเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้กับนักลงทุนที่มีความต้องการเครื่องมือการลงทุนที่หลากหลาย มีลักษณะของการเข้าออกตลาดได้รวดเร็ว ทำให้ อัลกอร์ เทรดดิ้ง มักถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งในการซ้ำเติมตลาดหุ้น โดยเฉพาะเมื่อตลาดปรับลดลงแรงหรือการที่สามารถสั่งคำสั่งซื้อตรงผ่านระบบ DMA (Direct Market Access) ที่อนุญาตให้ผู้ลงทุนสั่งคำสั่งซื้อขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากระบบซื้อขายของนักลงทุนผ่านมายังระบบของโบรกเกอร์ เข้าสู่ระบบซื้อขายของตลาดเพื่อไปจับคู่อัตโนมัตินั้น อาจก่อให้เกิดความได้เปรียบแก่นักลงทุนที่เป็นอัลกอร์เทรดดิ้ง
โดยประเภทนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่อยู่ในรายงานการซื้อขาย ณ สิ้นวันของตลาดหลักทรัพย์มีอยู่ 3 กลุ่ม ได้แก่ นักลงทุนสถาบันนักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนภายในประเทศ (รายย่อย) ซึ่งที่ผ่านมาหนึ่งในจุดแข็งของตลาดหลักทรัพย์ไทย ได้แก่ การมีสัดส่วนการซื้อขายที่มาจากนักลงทุนรายย่อยที่สูง ส่งผลให้ตลาดมีสภาพคล่องที่ดี
ทั้งนี้การซื้อขายผ่านอัลกอร์ เทรดดิ้ง (Algorithmic Trading) ในปี 2562 มีสัดส่วนการซื้อขายถึง 1 ใน 4
ของปริมาณการซื้อขายของหลักทรัพย์ทั้งตลาด ขณะที่สัดส่วนการซื้อหลักทรัพย์ของนักลงทุนรายย่อยโดยเฉลี่ยลดต่ำไปกว่าครึ่งของตลาดจริงหรือไม่ การซื้อขายผ่าน อัลกอร์ เทรดดิ้ง ส่งผลต่อการซื้อขายของนักลงทุนรายย่อยเทรดลดน้อยลง ประเด็นเหล่านี้ จึงเป็นข้อถกเถียงที่ในหลายประเทศมีทางออกที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเสรีหรือการจำกัดสัดส่วนของ อัลกอร์ เทรดดิ้ง
ดังนั้น ในการเสวนาครั้งนี้จึงจะเป็นการนำเสนอความคิดเห็นต่อทิศทางของตลาดทุนไทยต่อการเข้ามา
มีบทบาทของ อัลกอร์ เทรดดิ้ง และการปรับตัวของนักลงทุนรายย่อย เพื่อให้ตลาดทุนไทยไม่พลาดโอกาส และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ภายใต้มุมมองของนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่
• ศ.ดร.อาณัติ ลีมัคเดช ที่จะมาให้ความรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ
• คุณวัชระ แก้วสว่าง มุมมองของนักลงทุนรายย่อย
• คุณพิเชษฐ สิทธิอำนวย มุมมองการปรับตัวและบทบาทของโบรกเกอร์
• และ คุณวิน พรหมแพทย์ ความคิดเห็นของนักลงทุนสถาบัน
โดยงานเสวนา “ทิศทางตลาดทุนไทย รายย่อย VS หุ่นยนต์ไปทางไหนดี” จะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2563 เนื่องด้วยความสนใจที่มีมาก และสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อยู่ในช่วงการเฝ้าระวัง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ทางผู้จัดจึงขอเปลี่ยนรูปแบบงานสัมมนา โดยยกเลิกการเข้าร่วมงานสัมมนาดังกล่าว สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนไว้ และผู้ที่สนใจ สามารถรับชมผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์เท่านั้น ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย https://www.facebook.com/set.or.th ในวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2563 เวลา 13.00 น. – 16.00 น.

