นายวิทยากร มณีเนตร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของgเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้สถานการณ์ทางการค้าระหว่างประเทศมีแนวโน้มจะเปลี่ยนแปลงจากที่คาดการณ์ไว้ กรมฯจำเป็นต้องมีการปรับกลยุทธ์ในเรื่องของการส่งออก โดยเฉพาะในเรื่องของกลยุทธ์ทางการตลาดที่เน้นช่องทางการค้าออนไลน์มากขึ้นเพื่อให้เป็นช่องทางกระจายสินค้า เนื่องจากผู้บริโภคไม่ค่อยออกจากบ้านแต่ยังสั่งสินค้าออนไลน์อยู่

นายวิทยากร กล่าวว่า หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการจัดโครงการพัฒนาและส่งเสริมการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน หรือ Cross-Border e-Commerce Solutions & Business Matching ที่ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสในการทำการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดนมากขึ้น โดยปีนี้ กรมฯมีกลยุทธ์เปิดร้าน TOPTHAI บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในหลายตลาดเป้าหมาย จึงได้เชิญแพลตฟอร์มเข้ามาร่วมโครงการฯ เพื่อเร่งหาสินค้าไทยคุณภาพจากผู้ประกอบการที่มีความพร้อมขึ้นขายบนร้าน TOPTHAI โดยการพัฒนาร้านดังกล่าว ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าสินค้าจากร้าน TOPTHAI จะเป็นสินค้าเกรดพรีเมี่ยมคุณภาพดีจากไทย และมุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าแบบ B2C คาดว่าจะสามารถผลักดันผู้ประกอบการไทยได้ทดลองตลาดออนไลน์ใหม่ๆ ในประเทศศักยภาพ อีกทั้งส่งเสริมการสร้างอาชีพ พัฒนารายได้ และสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจของตัวเองได้จริง ทั้งนี้มีแพลตฟอร์มพันธมิตรเข้าร่วมแล้ว 4 ราย ได้แก่ Kha-leang.com (กัมพูชา), BigBasket (อินเดีย), Tmall (จีน) และ Amazon (สหรัฐฯ) ทำธุรกิจและจับคู่เจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย


นายวิทยากร กล่าวว่า สำหรับโครงการ Cross-Border e-Commerce Solutions & Business Matching 2020 ในปีนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากที่จังหวัดอุตรดิตถ์และแพร่ ในงานครั้งนี้มีการจับคู่ธุรกิจกับแพลตฟอร์มพันธมิตรเพื่อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ไปตลาดต่างประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมงานจำนวน 312 ราย เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจ 100 คู่ และคาดการณ์ว่าจะมีอย่างน้อย 33 แบรนด์ขึ้นไปขายในร้าน TOPTHAI บนแพลตฟอร์มพันธมิตร โดยสินค้าที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ อาหารแปรรูป ขนมไทย ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร เสื้อผ้า เครื่องประดับ แชมพู เครื่องสำอางและสกินแคร์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

