หน้าแรก เศรษฐกิจ ททท.อัดแคมเปญ...

ททท.อัดแคมเปญ ‘คนอีสานชวนหมู่เมือบ้านเที่ยวสงกรานต์’ ลด 15 เปอร์เซ็นต์ มั่นใจกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสสอง

8.03.20 | 09:52 น.

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่โรงแรมอวานีขอนแก่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จ.ขอนแก่น นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรมส่งเสริมการขายและแถลงแผนตลาดท่องเที่ยวภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาส 2/2563 ซึ่ง ททท.สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้นท่ามกลางความสนใจากผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและสื่อมวลชนจากทั้ง 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือและจากภูมิภาคต่างๆเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. กล่าวว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน ที่ผ่านมาต้องเจอกับภาวะวิกฤติฝุ่น PM 2.5 และวันนี้กำลังเผชิญกับสถานการณ์ของไวรัสโควิท-19 ที่ ททท.ยืนยันที่จะอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการ และคนอีสานที่เราจะผ่านไปด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันภาพรวมด้านการท่องเที่ยวของภาคอีสานนั้นทุกจังหวัดมีจุดที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันค้น ร่วมกันดูแลและร่วมกันปรับปรุง ซึ่ง ททท.พร้อมที่จะให้การสนับสนุนในทุกๆด้าน วันนี้เรามีนโยบายในเรื่องของการเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาคในสัดส่วนที่เพิ่มากขึ้นด้วยปัจจัยหลายอย่างที่เกิดขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าจุดเด่นของภาคอีสานกับทุกสถานการณ์นั้นคือความเหนียวแน่นและพลังของคนในภูมิภาคที่ทุกคนนั้นร่วมมือกันและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนที่สุดที่แตกต่างจากภูมิภาคต่างๆของไทย คือคน เพราะคนอีสานเป็นคนอารมณ์ดี มีมิตรไมตรี หน้าตาดี น่ารัก และน่าคบหา ดังนั้นไตรมาส 2 ของปีนี้นั้น ททท.สำนักงานภาคอีสาน จึงได้กำหนดแผนงานที่ชัดเจนและตรงจุด ที่เน้นไปในเร่องของการเที่ยวไทยไม่ต้องรอ ทั้งในรูปแบบของการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคและภายในภูมิภาค ซึ่ง ททท.ขอเป้นส่วนหนึ่งที่จะห้การสนับสนุนและร่วมยืนเคียงข้างคนอีสาน เคียงข้างผู้ประกอบการและทุกภาคส่วน ที่เราจะสู่ไปด้วยกัน ผนึกพลังไปด้วยกันและฝ่าวิกฤตินี้ไปได้ในเร็วๆนี้

ขณะที่ นายสมชาย ชมภูน้อย ผอ.ททท.สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่เที่ยวง่าย สะดวก ประทับใจ ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราต้องสร้างภูมิคุ้มกัน และผ่านไปด้วยกัน วันนี้ทุกภูมิภารของไทย นั้นเจอปัญหาในเรื่องของไวรัส แต่ภาคอีสานนั่นเป็นน้ำก้นแก้ว ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากตลาดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมากนัก เพราะภาคอีสานนั้นเน้นกลุ่มตลาดในประเทศ หรือตลาดคนไทยเป็นหลักโดยมีอัตราการเดินางเข้ามาในพื้นที่มากถึง 80% และจากากรสำรวจของ ททท.พบว่าวันนี้พฤติกรรมด้านการท่องเที่ยวนั้นเปลี่ยนไป คือการที่นักท่องเที่ยวในภูมิภาคนั้นใช้รถตัวเองไปพักผ่อนและเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มมากยิ่งขึ้น ดังนั้นถึงเวลาที่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว และด้านการบริการทุกส่วนงานที่สอดรับกับการท่องเที่ยวนั้น จะต้องสร้างมาตรฐานความเชื่อมั่นของคนที่มาใช้บริการ ที่เน้นจากกลุ่มที่มีความพร้อมของแต่ละจังหวัดเป็นหลัก ซึ่ง ททท.จะมีการประสานงานร่วมกับผู้ประกอบการในเรื่องของการการตรวจคัดกรอง ติดสติ๊กเกอร์ สำหรับคนที่ผ่านการคัดกรอง ล้างมือด้วยเจล หรือการมีหน้ากากอนามัย ให้นักท่องเที่ยวนั้นได้ใช้ในพื้นที่ต่างๆ ขณะที่ร้านอาหารต่างๆ ต่อจากนี้ไปต้องไม่หวงช้อนกลาง หรือวางตะเกียบ ไว้บนโต๊ะ ให้กับทุกคน

” หากจะพลิกวิกฤติเป็นโอกาสด้วยการนำเสน่ห์ในพื้นที่มาใช้ในระยะนี้ ที่เราเห็นแล้วว่า ที่ จ.กาฬสินธุ์นั้นมีการทำหน้ากากอนามัยไหมแพรวา ขณะที่ขอนแก่นมีหน้ากากอนามัยลายแคนแก่นคูณ และเชื่อว่าทุกจังหวัดเริ่มทำแฟชั่น ให้กับนักท่องเที่ยวในเรื่องนี้กันอย่างต่อเนื่องแล้ว ขณะที่ไตรมาส 2 ของปีนี้นั้น ททท.ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ อีสานความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงใน 5 มิติ เริ่มจากในเรื่องของการท่องเที่ยวที่เราพบว่า มากถึงร้อยละ 75 ที่นักท่องเที่ยวนั้นเดินทางเข้ามาในพื้นที่หรือเที่ยวในพื้นที่ด้วยการขับรถเที่ยวเอง ที่เหลือคือไปทัวร์หรือการเดินทางอื่นๆ ขณะที่การเดินทางเข้ามาในอีสานนั้น มาในรูปแบบเครื่องบินมากที่สุดเพราะทั้งภูมิภาค เรามีมากกว่า 200 เที่ยวบินต่อวัน ที่สามารถ เชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคได้โดยสะดวก ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ให้กับนักท่องเที่ยวเมื่อมาที่ภาคอีสานคือ เที่ยวตัวปลิว ชิวที่อีสาน ที่สะดวก ง่าย สบาย”
นายสมชาย กล่าวต่ออีกว่า ด้านที่พัก ในภาคอีสานเรามีโรงแรมเกือบแสนห้อง เฉพาะที่ จ.นครราชสีมา เกือบ 20,000 ห้อง และที่พักในอีสานยอมรับเท่ห์ทุกสไตล์ และมีราคาการให้บริการตั้งแต่ระดับหลักร้อยไปจนถึงระดับหลักหมื่น ขณะเดียวกันในเรื่องของอาหาร ที่ ททท. ได้มีการนำเสนออาหารอีสาน เป็นวัฒนธรรมการกินที่สำคัญ ที่มีวัฒนธรรมการกินได้ทุกเวลา และกินได้ทุกเมนูตามที่ต้องการ ซึ่งเราพบว่าอาหารอีสานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างมากเช่นกัน

Advertisement

” การชอปปิ้ง เรามีสินค้าขายได้ โดยเฉพาะเรื่องผ้าที่ภาคอีสานของเรานั้นขึ้นชื่อในเรื่องของผ้าชั้นนำระดับประเทศ เช่นเดียวกันกับเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ที่ภาคอีสานมีสนามกอลพ์กว่า 40 สนาม วันนี้ตลาดเกาหลีอาจจะหายไป แต่จะมีตลาดกลุ่มอื่นมาทดแทน โโยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เราจะเห็นว่าคนในเมืองหลวงจะออกมาตีกอลพ์หรือมาท่องเที่ยวในอีสานเพิ่มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ททท.ได้กำหนดเส้นทางการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 2 ของปี ที่ประกอบด้วย เส้นทางสายข้าว ซึ่งข้าวอีสานเป็นข้าวมีคุณภาพที่สุด ที่ผู้ประกอบการต้องทำแบบพอคำ มีดีไซน์ เหมาะแก่การชอปปิ้ง,เส้นทางสายโรแมนติก ที่เรามีจุดที่เรียกว่าจ่ายหลักร้อย แต่วิวหลักล้าน ในหลายจังหวัด, เส้นทางไลฟ์สไตล์ ด้วยความเป็นบ้านนอกของเรา แต่นั่นคือวิถีที่เราขายได้ ความเป็นชุมชน อัตลักษณ์ที่มีไม่ต้องปรุงแต่ง, เส้นทางสโลว์ไลฟ์ ที่ตอบโจทย์สายบุญ และสอดรับกับกลุ่มผู้สูงอายุได้อย่างดี ,เส้นทางสายจารีตประเพณี ฮีตสิบสองคลองสิบสี่,เส้นทางแอดแวนเจอร์และสปอต ,เส้นทางเอนเตอร์เทนเมนส์และชอปปิ้ง และเส้นทางสานอันซีน ที่กลุ่มจังหวัดอีสานตอนบนนำเสนอเรื่องพญานาค ขณะที่กลุ่มจงหวัดอีสานตอนกลางนำเสนอเรื่องไดโนเสาร์ และกลุ่มจังหวัดอีสานตอนล่างนำเสนอเรื่องช้างและและอารยธรรมขอมโบราณ ที่ทั้งหมดเป็นจุดเด่นที่ถูกนำมาเสนอและถ่ายทอดให้กับนักท่องเที่ยวนั้นได้มาสัมผัส”

นายสมชาย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากแผนการดำเนินงานทั้งหมด ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกคนนั้นตื่นตัวและพร้อมที่จะจัดโปรแกรมหรือดำเนินการเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคและระดับพื้นที่ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเรียกได้ว่า 2 คนก็เที่ยวได้ ที่เราพร้อมเสริฟทั้งหมด อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะงานเทศกาลสงกรานต์ที่ยอมรับว่าบริษัททัวร์ นั้นมีการขายทัวร์มาเที่ยวอีสาน ซึ่งขายแพคเกจกันตั้งแต่ปีที่ผ่านมาวันนี้ถนนข้าวเหนียวยกเลิก แต่ยังคงไว้ในเรื่องการท่องเที่ยวที่นำเสน่ห์และชูวัฒนธรรมประจำถิ่น ซึ่ง ททท.มั่นใจว่าคนอีสานหยุด 5 วันจะต้องกลับบ้านแน่นอน

“แคมเปญคนอีสานชวนหมู่เมือบ้าน คือให้คนอีสานชวนเพื่อนมาเที่ยวบ้าน เที่ยววัฒนธรรม เที่ยชมความสวยงามในความเป็นอีสานจของแต่ละจังหวัด ดังนั้นวันนี้เรามีการพูดคุยกันว่าทัวร์ที่เราขายได้นั้น จะกระจายตัวไปตามวัดและชุมชนต่างๆ คือไม่เกินจุดละ 1 บัส หรือไม่เกินกลุ่มละ 30 คน เพื่อความปลอดภัย ทั้งยังคงมีการขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งหากพบว่าคนอีสานชวนเพื่อนมาเที่ยวบ้านเพียงแต่แค่แสดงบัตรรับส่วนลดทันที 15 เปอร์เซ็นต์ เพื่อกระตุ้นการใช่จ่ายและสนับสนุนผู้ประกอบการ ซึ่งเมื่อผ่านระยะนี้ไปแล้วก็จะเข้าสู่เดือนพฤศจิกายนที่จะเป็นการปลดล็อค และอีสานก็จะกลายเป็นอีสานเขียวเที่ยวหน้าฝน ที่หน้าฝนอีสานก็เที่ยวได้เช่นกัน”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน