นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ได้อนุญาตให้คนต่างชาติ 20 ราย ประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากญี่ปุ่น สิงคโปร์ และอินเดีย ซึ่งมีการนำเงินเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจกว่า 718 ล้านบาท และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนไทย 314 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุน
โดยการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจะส่งผลให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นวิทยาการซึ่งเป็นองค์ความรู้ในแขนงที่คนไทยยังไม่มีความชำนาญหรือมีความเชี่ยวชาญในระดับที่ไม่สูงมากนัก เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โลหะและเทคโนโลยีการรีไซเคิล องค์ความรู้เกี่ยวกับการให้บริการรายการโทรทัศน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคขั้นสูงสำหรับการอบชุบโลหะด้วยความร้อนและเทคนิคการเลือกใช้สารชุบให้เหมาะกับชนิดของโลหะ องค์ความรู้เกี่ยวกับการตรวจสอบแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์จัดเก็บพลังงานไฟฟ้า องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตเม็ดพลาสติกไบโอคอมพาวด์ เป็นต้น
“ทำให้ 2 เดือนแรกปี 2563 คนต่างด้าวได้รับใบอนุญาตรวม 45 ราย มีเงินลงทุน 1,630 ล้านบาท เทียบปีก่อนด้านจำนวนธุรกิจเพิ่มขึ้น 11 ราย คิดเป็น 32% ขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 1,235 ล้านบาท คิดเป็น 313% เนื่องจากปี 2563 มีต่างชาติลงทุนประกอบธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง อาทิ บริการออกแบบ ติดตั้ง วางระบบ ทดสอบ ให้คำแนะนำทางเทคนิค ฝึกอบรม และบำรุงรักษาระบบโทรทัศน์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (IPTV) บริการขุดลอกบำรุงรักษาร่องน้ำและแอ่งจอดเรือที่บริเวณท่าเทียบเรือ เป็นต้น ” นายวุฒิไกร กล่าว
นายวุฒิไกร กล่าวว่า สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาต ได้แก่ 1.ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่ม จำนวน 7 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา เงินลงทุนจำนวน 536 ล้านบาท อาทิ กิจการนายหน้าหรือตัวแทนเพื่อจัดหาตลาดสำหรับการจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์โลหะที่ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่างๆ บริการให้ใช้ระบบการจ่ายไฟฟ้า และระบบจ่ายไอน้ำ บริการพิมพ์แบบรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์
2. ธุรกิจตัวแทน/ค้าส่ง จำนวน 3 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศสิงคโปร์ และอินเดีย เงินลงทุนจำนวน 65 ล้านบาท ได้แก่ ตัวแทนบริการทั่วไปของสายการบินในการบริหารจัดการพื้นที่ว่างบนอากาศยานเพื่อการรับขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างประเทศ การแก้ไขปัญหาหรือข้อขัดข้องต่างๆ การค้าส่งสินค้าประเภทเพชรเจียระไน การค้าส่งแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle Battery : EV Battery)
3. คู่สัญญากับเอกชน จำนวน 2 ราย โดยเป็นนักลงทุนจากประเทศเกาหลีใต้ และจีน เงินลงทุนจำนวน 27 ล้านบาท ได้แก่ บริการให้คำปรึกษาแนะนำและตรวจสอบการทำงานของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และระบบรักษาความปลอดภัยของอาคารเทียบเครื่องบิน บริการออกแบบ ติดตั้ง วางระบบ ทดสอบ ให้คำแนะนำทางเทคนิค ฝึกอบรม และบำรุงรักษาระบบโทรทัศน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet ProtocolTelevision (IPTV))
4. ธุรกิจบริการให้แก่ลูกค้า จำนวน 8 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเบอร์มิวดา เงินลงทุนจำนวน 90 ล้านบาท อาทิ บริการรับจ้างอบชุบชิ้นส่วนแม่พิมพ์โลหะด้วยความร้อน บริการบำรุงรักษา ซ่อมแซม และเสริมคุณสมบัติสำหรับส่วนต่างๆ ของอาคาร ทุกประเภท ด้วยวิธีโสะเซ (SOSEI) บริการจัดการด้านการผลิตสินค้าประเภทเม็ดพลาสติกไบโอคอมพาวด์

