นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมว่า กบง.ได้เห็นชอบตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 5 กรกฎาคม 2559 ในการเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินและดีเซลเฉลี่ย 0.24-0.30 บาทต่อลิตร ด้วยการปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และโอนไปเป็นอัตราภาษีแทน ทำให้ราคาขายปลีกไม่เป็นภาระประชาชน มีผลตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคมเป็นต้นไป ซึ่งผลจากการโอนเงินดังกล่าวทำให้คลังมีรายได้เพิ่ม 800 ล้านบาทต่อเดือน จากเดิม 15,252 ล้านบาทต่อเดือน เป็น 16,053 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศต่อไป
นายทวารัฐกล่าวว่า จากมติดังกล่าวทำให้ภาษีสรรพสามิตน้ำมันใหม่เป็นดังนี้ ภาษีสรรพสามิตเบนซินเก็บเพิ่ม 30 สตางค์ต่อลิตร เป็น 6.30 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 เก็บเพิ่ม 0.27 บาทต่อลิตร เป็น 5.67 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 เก็บเพิ่ม 0.27 บาทต่อลิตร เป็น 5.67 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์อี20 เก็บเพิ่ม 0.24 บาทต่อลิตร เป็น 5.04 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์อี85 เพิ่มขึ้น 0.045 บาทต่อลิตร เป็น 0.945 บาทต่อลิตร และดีเซลเพิ่มขึ้น 0.30 บาทต่อลิตร เป็น 5.65 บาทต่อลิตร

